ประมวลข่าวเณรคำ

1 post / 0 new
pk.de
pk.de's picture
Offline
Last seen: 5 days 19 hours ago
Joined: 07/01/2013 - 03:33
ประมวลข่าวเณรคำ


 

LAST UPDATE : JUNE 28, 2013  12:00 P.M.   PACIFIC TIME

 

 

 

 

 

 

 

 

ประมวลข่าวเณรคำ

 

 

 

 

 

"คู่บารมี"

 

 

สั้นๆ ชัดๆ จำกัดความหมาย "สึก" ของมิตซูโอะ

 

 

ทิดมิตซูโอะเปิดปาก "38 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยคิดสึก" แต่ที่ต้องสึกก็เพราะว่า "เป็นเนื้อคู่" แหมแบบนี้ "โกโบริ-อังศุมาลิน" ใน "คู่กรรม" ก็อายสิคะ

 

 

 

 

ลายมือทิดมิตซูโอะ

 

 

 

 

 

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อชมคำสารภาพของทิดมิตซูโอะ

 

"เป็นคู่บารมีของอาจารย์"

 

 

 

ข่าว : ยูทู๊ป

29 มิถุนายน 2556


 

 

 

 

รอปาฏิหารย์ !

 

สาวกเณรคำลุ้น "TOMOROW" จะโผล่หรือไม่ ?

 

 

อา..เกมวัดกระแสศรัทธาอรหันต์ โดยหวังจะเอา "มวลชน" เข้าโอบอุ้มให้พ้นผิดในครั้งนี้ ดูทีจะเหลวซะแล้ว เพราะมวลชนลดลงถึง 10 เท่า เหงายิ่งกว่าเหงา เณรคำคงคิดว่ามีเพียงศรัทธาสาธุชนเท่านั้นกระมังที่เข้าไปร่วมงาน ความจริงแล้วมีทั้งตำรวจ สายสืบ แมวมอง อะไรต่อมิอะไรยุบยับไปหมด ดังนั้น ก็ลองแสดงปาฏิหาริย์บินลงที่วัดปาขันติธรรมดูสิ จะได้รู้ว่าหมู่หรือจ่า

 

 

ถ่าไม่มีเณรคำ-ถ้าเณรคำไม่มีฤทธิ์ ก็ต้องรอพระอินทร์ตัวจริงเท่านั้นจะสามารถสร้างพระแก้วใหญ่ที่สุดในโลกได้ เชื่อไม่เชื่อก็ขอให้ดู "หลวงปู่ทวดเมืองเหนือ" เป็นตัวอย่าง โครงการใหญ่แบบนี้ สะดุดเพียงแค่เดือนเดียวก็เดี้ยง

 

 

 

 

 

 

 

งานประจำปีญาติโยมร่วมน้อยไร้เงา 'เณรคำ'

'หลวงพ่อปานขาว' นำพระจากต่างประเทศและในประเทศ ออกบิณฑบาตข้าวสาร อาหารแห้ง ปฎิบัติธรรมรอ 'หลวงปู่เณรคำ' ที่อาจจะเดินทางมาห่มผ้าฤดูฝนพระแก้วฯ

 

28 มิ.ย.56 หลวงพ่อปานขาว จากประเทศฝรั่งเศส ได้นำพระสงฆ์ทั้งจากประเทศฝรั่งเศส จากศรีลังกา และจากประเทศไทย ออกบิณฑบาตแก่ญาติโยมที่มาร่วมบุญปฎิบัติธรรมที่วัด เพื่อรอเวลาในการห่มผ้าฤดูฝนแก่พระแก้วมรกต องค์จำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยญาติโยมที่เดินทางมามาจากทั่วสารทิศมีราว 200 คน ทั้งที่เคยเดินทางมาเป็นประจำทุกครั้งที่วัดมีงาน และพึ่งเคยมาเพราะได้ยินทราบจากกระแสข่าวในช่วงนี้ และอยากมาเห็นกับตาว่า พระแก้วมรกตองค์จำลองที่ใหญ่ที่สุดเป็นเช่นไรและอยากมากราบไหว้ด้วย โดยได้มีญาติโยมมารอทำบุญใส่บาตรราว 200 คน และร่วมปฎิบัติธรรมด้วย โดยทุกคนยืนยันว่าจะรอหลวงปู่เณรคำซึ่งอาจจะมาในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ซึ่งบรรยากาศต่างจากทุกปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่วัดมีงานญาติโยมจะหลั่งมาจำนวนมากกว่าที่พบเห็น ณ วันนี้กว่า 10 เท่า แทบจะไม่มีที่นั่งที่นอน แต่ครั้งนี้ถือว่าน้อยมากมีไม่ถึงพันคน

 

หลวงพ่อปานขาว ได้เทศนากับญาติโยมที่มาร่วมทำบุญใส่บาตร ปฎิบัติธรรม ว่า สาเหตุที่หลวงปู่เณรคำ ของพวกเราได้หายตัวไปเช่นนี้ก็เพราะว่า ต้องการที่พิสูจน์ดูว่า หากไม่มีหลวงปู่เณรคำ แล้วญาติโยมจะมาร่วมทำบุญกันหรือไม่ และหากมีญาติโยมมาร่วมทำบุญกันมาเช่นเคย และร่วมปฎิบัติธรรม ภาวนาจิต ไม่แน่หลวงปู่เณรคำ อาจจะเดินทางมาร่วมเราได้ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทุกคนที่มา และยังไม่ได้เดินทางทางมา เพื่อมาตั้งใจอธิฐานจิตร่วมกันขอให้หลวงปู่เณรคำ ของพวกเราได้รอดพ้นสิ่งต่างๆ ที่รุมเร้าอยู่ในขณะนี้ ขอให้ได้พบความสุข ซึ่งในครั้งนี้หลวงปู่เณรคำ ได้แต่งตั้งมอบหมายให้ตนได้มาปฎิบัติหน้าที่แทน มานำพี่น้องได้ปฎิบัติธรรม ร่วมห่มผ้าฤดูฝนแก่องค์พระแก้วมรกตฯ ก็จะขอทำหน้าที่จนจบ

 

ในส่วนของญาติโยมที่เดินทางมาร่วมทำบุญ ปฎิบัติธรรม ส่วนใหญ่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ส่วนญาติโยมในบ้านยางนั้นมีมาแต่น้อยมาก คาดไม่ถึง 10 คน โดยเฉพาะคุณยายลอน ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าของที่ดิน และพยายามที่จะผลักดันในการจัดตั้งวัดป่าขันติธรรมให้จงได้ จากสำนักสงฆ์ แต่วันนี้ยังไม่พบว่า เดินทางมาร่วมทำบุญแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อก่อนจะพบเห็นอยู่ใกล้ชิดกับหลวงปู่เณรคำตลอด ในฐานะที่เป็นโยมอุปัฏฐาก

 

 

 

 

ข่าว : คมชัดลึก

29 มิถุนายน 2556


 

 

ทีแรกสาวกก็นึกว่า "ใบลงทะเบียน" เข้าปฏิบัติกรรมฐาน

กลับกลายเป็นทะเบียนสมรสแทน

 

 




 

 

 

"เถกิง สมทรัพย์" ผู้บริหารสถานีบลูสกาย เผย "อดีตพระมิตซูโอะ" ควง "ไฮโซสาว" จดทะเบียนสมรสแล้วเมื่อเช้านี้ ที่จังหวัดอิวาตะ ประเทศญี่ปุ่น

วันนี้ 28 มิ.ย. เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น นายเถกิง สมทรัพย์ ผู้บริหารสถานีบลูสกายแชนแนล ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว "เถกิง สมทรัพย์" โดยมีภาพการจดทะเบียนสมรสของ อดีตพระนักปฏิบัติชื่อดัง พระมิตซูโอะ ที่เพิ่งลาสิกขาบทไปเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา กับ ไฮโซสาว สุทธิรัตน์ มุตตามระ ซึ่งเป็นพี่สาวของ นายวิทเยนทร์ มุตตามระ กรรมการผู้จัดการบลูสกายแชนเนล และอดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

โดยระบุข้อความกำกับภาพว่า "เช้าวันนี้ทั้งสองไปจดทะเบียนสมรสที่จังหวัดอิวะเตะ ประเทศญี่ปุ่น และจะเดินทางไปสถานทูตไทยในโตเกียวสัปดาห์หน้า"
 

 

 

ข่าว : ผู้จัดการ

29 มิถุนายน 2556


 

 

สอบบัญชีวัดป่าสุนันทวนาราม

 

การเงินยังอยู่ครบหรือไม่ !

 

 

อา..การแก้ข้อครหาส่วนตัวของคุณแอนมีปัญหาซะแล้ว เพราะแก้ข้อนี้ให้ตัวเองได้ แต่ไปเพิ่มข้อหาให้คุณมิตซูโอะว่าด้วยเรื่องการเงินการทอง (ว่าเอาเงินเอาทองที่ไหนไปฮันนีมูนที่ญี่ปุ่น คุณแอนออกหมด หรือว่าทิดมิตซูโอะหิ้วเจมส์บอนด์ขึ้นเครื่องไปด้วย โดยไม่ยอมให้ใครรู้เห็น ฯลฯ) บวกกับความไม่พอใจของสาวกที่เคยเลื่อมใส ว่าทำไมสายหลวงพ่อชาจึงไปยอมรับสายธรรมกายซึ่งมีแนวคำสอนและปฏิปทาแตกต่างกันราวฟ้ากับดินได้ งานนี้จึงไม่ทราบว่าที่เปิดเผยออกมานั้นจะคุ้มค่าหรือไม่ เพราะปิดได้หนึ่งช่อง กลับไปเปิดเพิ่มอีก 2 ช่อง แถมช่องที่เปิดใหม่ยังใหญ่กว่าเดิม ช่องแรกคาบลูกคาบดอกไปถึงคดีความ "โกงเงินวัด" ช่องที่สองตีกระทบไปถึง "วัดหนองป่าพง" ว่าศิษย์รุ่นแรกของหลวงพ่อชา เจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทาวนาราม สาขาที่  117 ว่าศิษย์ระดับนี้ได้ปฏิบัติถูกต้องตามแนวทางที่ครูบาอาจารย์ได้สั่งสอนอบรมมาหรือไม่ เพราะถ้ารุ่นแรกยังเป็นเช่นนี้ รุ่นหลังจะขนาดไหน ?

 

 

 

 

 

ทิดมีแฟน เรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ถึงหลายคนจะบอกว่า "ทำใจได้" ก็ตามเถอะ

แต่ผลงานในอดีตยังตรึงตา จะลบภาพระดับ "อริยบุคคล" ทิ้งง่ายๆ ได้หรือ

 

 

 

 

"ผมไม่เคยเห็นหนังสือเล่มใด ตรงไหน เมื่อไหร่ กับใคร ว่าท่านมิตซูโอะเคยอ้างว่าท่านเป็นพระอริยะบุคคล แล้วการที่ท่านสึกมันผิดตรงไหน ?"

 

หนึ่งในคำถาม "สวนคาง" จากบรรดาผู้ที่ยังจงรักภักดี แต่ที่ไม่ได้นำมาอธิบายประกอบก็คือว่า เป็นเวลาหลายปีมาแล้ว พระมิตซูโอะได้ออกงานสังคม รับงานบรรยาย งานหนังสือ งานอีเว้น เป็นว่าเล่น ทำยังกะว่าได้บรรลุธรรมแล้ว เพราะพูดเรื่องลึกเรื่องซึ้ง ถึงระดับ "ดับทุกข์ ดับโศก ดับโรค ดับภัย อดได้ ทนได้ รอได้" เหล่านี้มิใช่เรื่องตลาดทั่วไป แต่เป็นระดับไฮคลาสในทางพระพุทธศาสนา แถมยังมีภาพ "สายปฏิบัติของหลวงพ่อชา" เป็นแบ็กกราวน์เพิ่มสีสันต์เข้าไปอีก ก็เลยเพิ่มความนิยมทันตา เรียกหาแม้กระทั่ง "แม่ยกสายธรรมกาย" ให้หันหน้าไปหาถึงเมืองกาญจน์ นี่ไงคือหลักฐานที่ประมวลความได้ว่า แม้ไม่ประกาศตัวเองว่าเป็นอริยะบุคคล แต่บทบาทเช่นนี้มันหมายความว่าอย่างไร ? ดูภาพข้างหลังรูปนี้สิ มีภาพ "พระธุดงค์" เดินเป็นเงาคอยหลอกหลอนมิตซูโอะข้ามจากโลกนุ่งห่มสบงมาเป็นนุ่งกางเกงเลยทีเดียว

 

คำถาม-คำเถียง ข้างต้น ของสาวกมิตซูโอะนั้น แสดงให้เห็นว่า คนพวกนี้รู้จักแต่แนว "แบ่งแยกความคิด" แต่ไม่รู้จัก "ภาวะองค์รวมของความคิด" เล่นเป็นแต่แยกจิ๊กซอว์ ไม่เคยประกอบจิ๊กซอว์ให้เป็นรูปร่าง เวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา เราจึงได้เห็น "พวกสมองครึ่งเดียว" ออกมาเถียงข้างๆ คูๆ ดูเต็มเว็บบอร์ดไปหมด เฮ้อ น่าสงสาร

 

 

 

 

 

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

"ทางลัดดับทุกข์"

หนึ่งในผลงานอมตะของพระมิตซูโอะ

"สอนคนดับทุกข์"

ผู้ที่สอนได้ ใครๆ ก็ต้องเชื่อว่า "ดับทุกข์ได้แล้ว"

 

ถ้าดับไม่ได้ แล้วเอาอะไรมาสอน ?

 

 

 

 


 

สองมัน

มันใช่ "กับ" มันไม่ใช่

 

 

มันใช่ !

 

เมื่อคุณแอน-สุทธิรัตน์ อุบาสิกาจากวัดพระธรรมกาย บ่ายหน้าไปหาหลวงพ่อมิตซูโอะ พระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสายหลวงพ่อชา แห่งวัดป่าสุนันทาวนาราม กาญจนบุรี ตอนนั้น บรรดาสาวกสาวิกาที่ได้เห็นต่างดีใจ ภาคภูมิใจในตัวหลวงพ่อ และแนวทางคำสอนสายวัดป่า ปลื้มอกปลื้มใจว่า "เห็นไหม สายธรรมกายแปรพักตร์แล้ว แสดงว่าธรรมกายไม่ใช่ของจริง สายของเรานี้สิของจริง ไม่งั้นคุณแอนไม่มาวัดป่าหรอก" และ "สายนี้แหละใช่เลย"

 

มันไม่ใช่ !

 

แต่เมื่อภาพคุณแอน-ทิดมิตซูโอะ ควงคู่จู่จี๋กระจายไปทั่วโลก บรรดาสาวกสาวิกาของมิตซูโอะ ก็ตกอกตกใจว่า "เป็นไปได้ไง ในเมื่อแนวทางคำสอนและปฏิปทาของสายธรรมกายนั้นแตกต่างจากสายวัดหนองป่าพงอย่างสิ้นเชิง เหมือนสวรรค์กับนรก แล้วนี่หลวงพ่อไปตกหลุมรักสาวธรรมกายได้อย่างไร" จากนั้นคำถามก็ตามมาว่า "ท่านจะรักใครนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาก็คือว่า ทำไมต้องเป็นสาวธรรมกาย มันไม่ใช่เลย มันไม่ใช่"

 

 

 

 

 

 

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรีเตรียมตรวจสอบการเงินวัดสุนันทวนาราม คลายความสงสัยจากสังคม เชื่อทุกอย่างโปร่งใส-ตรวจสอบได้ ด้านรักษาการเจ้าอาวาสเผยเพิ่งทราบข่าวพร้อมสื่อ ...

ความคืบหน้ากรณี พระมิตซูโอะ ได้ลาสิขาบทอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทั่งวานนี้ น.ส.สุทธิรัตน์ มุตตามระ หรือ “แอน” นักธุรกิจหญิงในวงสังคมชื่อดังของเมืองไทย ได้นำภาพถ่ายคู่กับ อดีตพระมิตซูโอะ โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก จนทำให้เป็นเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. 56 นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีหน้าที่ในการรับบัญชาจากคณะสงฆ์ เพื่อนำไปปฏิบัติตามความเหมาะสม โดยตั้งแต่อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนารามได้ลาสิกขาบท ทางคณะสงฆ์ โดยเจ้าคณะตำบลไทรโยค ได้พิจารณาให้พระอาจารย์หนูพรม เป็นรักษาการเจ้าอาวาส ส่วนในเรื่องการเงินก็เป็นหน้าที่คณะกรรมการวัดป่าสนันทวนาราม เป็นกลุ่มที่จะร่วมพิจารณา โดยหลังจากที่มีภาพข่าวของอดีตเจ้าอาวาสกับผู้หญิงเผยแพร่ทางสื่อมวลชน ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันพิจารณาอย่างรอบคอบ ในส่วนของตน ก็จะเดินทางเข้าไปกราบนมัสการรักษาการเจ้าอาวาส เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ และรายงานให้ทางผู้บังคับบัญชาทราบ

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่าการที่พระลาสิกขาออกไปจากสมณเพศ แล้วไปใช้ชีวิตเป็นประชาชนปกติ ก็น่าจะเป็นเรื่องปกติ แต่ในส่วนของความสงสัยจากสังคม ก็ต้องชี้แจงข้อสงสัย โดยเบื้องต้นจะเข้าไปสอบถามเกี่ยวกับเรื่องบัญชีค่าใช้จ่ายที่วัดได้รายงานมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ตามปกติทุกปี ว่าในปัจจุบันเรื่องการเงินของวัดเป็นอย่างไร แต่ในส่วนของมูลนิธิฯ ก็เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องไปพิจารณากันเอง คงต้องขอเวลาในการดำเนินการพอสมควร แต่เราเชื่อว่าสามารถตรวจสอบได้ เพราะทุกอย่างการเบิกจ่ายเป็นไปในรูปของคณะกรรมการวัดเป็นผู้พิจารณาเวลาเบิกจ่าย ไม่ใช่เจ้าอาวาสจะสามารถเบิกจ่ายได้โดยลำพัง เชื่อทุกอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ แต่ในส่วนของเรื่องนอกวัด ตนไม่ก้าวล่วง ถือเป็นเรื่องส่วนตัวที่ใครเกี่ยวข้องก็จะต้องชี้แจงต่อสังคมต่อไป

 

ขณะที่ทางด้านพระอาจารย์หนูพรม สุชาโต รองเจ้าอาวาส รักษาการเจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม เปิดเผยเกี่ยวกับการเข้ามาปฏิบัติธรรมของนางสาวสุทธิรัตน์ มุตตามระ ว่า เท่าที่ทราบเริ่มมาปฏิบัติธรรมเมื่อประมาณเดือน เมษายน 2556 ที่ผ่านมา โดยสิ่งที่เห็นก็เหมือนกับผู้มาปฏิบัติธรรมปกติ ที่มีความศรัทธาในตัวหลวงพ่อ มิซูโอะ โดยพวกเราไม่เคยคิดว่าเป็นเรื่องชู้สาว เพราะวัดป่าเรามีการปฏิบัติที่เข้มงวดเกี่ยวกับการวางตัวระหว่างฆราวาสกับ พระอยู่แล้ว

 

เท่าที่เห็นก็เป็นการปฏิบัติเหมือนกับญาติโยมที่มาปฏิบัติ ส่วนคำถามที่ว่ามีการใกล้ชิดกีดกันมิให้คนอื่นเข้าใกล้พระอาจารย์นั้น เรื่องนี้ไม่ได้ลงไปสู่รายละเอียด แต่ก็มีคนมาเล่าให้ฟังซึ่งก็ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามที่ญาติโยมทำเหมือนปกติ เช่นการถวายน้ำปานะหรือการถวายอาหารซึ่งก็เป็นเหมือนปกติที่ทำกัน อาตมาเป็นพระและไม่ได้สนใจในเรื่องอื่นๆ เพราะเรื่องในวัดก็เป็นเรื่องของการปฏิบัติที่เป็นกิจของสงฆ์เท่านั้น ไม่มีเรื่องเสียหาย แต่ในช่วงหลังก่อนที่ท่านจะสึกโยมท่านก็มาปฏิบัติธรรมตามปกติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคงให้เป็นเรื่องของทางโลก อาตมาก็เพิ่งทราบเรื่องนี้ตามสื่อเช่นกัน

 

 

 

ข่าว : ไทยรัฐ

29 มิถุนายน 2556


 

จับสึกเณรคำ !

สำนักพุทธฯชี้ 3 ช่อง จัดการปัญหาเณรคำ

 

1. ถ้าพบว่าประพฤติผิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ แม้ไม่ถึงปาราชิกก็สั่งสึกได้

2. ไม่มีสังกัดเป็นหลักแหล่ง ก็สามารถสั่งสึกได้

3. ต้องคดีอาญา ก็สามารถสั่งสึกได้

 

เห็นหรือยังว่าข้าราชการไทยเรานั้นอัจฉริยะปานใด เขามอมเมาประชาชนมาเป็นสิบปี ได้เงินไปเป็นพันล้าน ถามพระสังฆาธิการและสำนักพุทธฯ กลับไม่มีใครรู้อะไรเลย แค่ต้นสังกัดยังไม่รู้ พอข่าวดัง สังคมกดดัน ก็แสดงอัจฉริยภาพได้ไม่ต่างไปจากอรหันต์เณรคำเท่าใดนัก น่านับถือจริงๆ ข้าราชการไทย

 


 

"กมธ.ศาสนา" ถกปม "หลวงปู่เณรคำ" จี้ "สำนักพระพุทธศาสนา" เร่งดำเนินการ

 

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ประชุมคณะกรรมาธิการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ซึ่งมีนายจักรธรรม ธรรมศักดิ์ สว.สรรหา รองประธานคณะกรรมาธิการศาสนาฯ คนที่ 3 เป็นประธานในการประชุม ได้ประชุมพิจารณาเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสมของพระวิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ นั่งเครื่องบินเจ็ต มีภาพถ่ายนอนคู่กับสีกา และใช้สิ่งของที่มีราคาแพง โดยได้เชิญนายวิรอด ไชยพรรณา ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนา จ.ศรีสะเกษ นายกนก แสนประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และดร.สุขุม วงประสิทธิ์ ผู้แทนสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรม เข้าร่วมประชุม

 

นายกนก กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าหลวงปู่เณรคำเป็นพระจริง ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติขณะนี้ได้เรียกพระภิกษุสงฆ์เข้ามารายงานแล้ว โดยถ้าไม่มารายงานก็จะมีกระบวนการทางสงฆ์ ทั้งนี้ในการตรวจสอบต้องดูว่ามีการละเมิดพระธรรมวินัยอย่างไร ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าละเมิดมากก็จะให้สึก อย่างไรก็ตาม ตามระเบียบการสร้างวัด ในการสร้างวัดให้เสร็จไม่จำเป็นต้องมีโบสถ์ แค่มีกุฎิพระให้อยู่ได้ และมั่นคง มีพระจำพรรษาก็ตั้งวัดได้ ส่วนกรณีการอวดอ้างทางธรรมต้องให้คณะกรรมการสงฆ์พิจารณา ส่วนการดูุแลเงินทางสำนักงานพระพุทธศาสนาได้ประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าไปตรวจสอบแล้ว แต่หากหลวงปู่เณรคำไม่เดินทางกลับมา การสอบสวนก็สามารถดำเนินการได้ และหากตรวจสอบแล้วว่าผิดจริงก็จะสั่งให้สึกทันที

 

ขณะที่นายวิรอด กล่าวว่า วัดป่าขันติธรรมสถานะจริงคือ เป็นที่พักสงฆ์ ยังไม่ได้มีการขออนุญาตตั้งเป็นวัด และจากที่สื่อมวลชนรายงานข่าวพบว่า มีการนำป้ายวัดป่าขันติธธรรมออกแล้ว และเปลี่ยนเป็นที่สำนักสงฆ์แทน ทั้งนี้ เรื่องสถานะภาพของหลวงปู่เณรคำ หนังสือสุทธิยังไม่เห็น อย่างไรก็ตามสำนักงานพระพุทธศาสนาได้เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด และได้ส่งเรื่องให้คณะจังหวัดแล้ว ซึ่งทางคณะจังหวัดก็ได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา ส่วนเรื่องของการสร้างพระแก้วมรกตนั้น การขออนุุญาตยังไม่มี ไม่ทราบว่ามีเจตนาอย่างไร และเรื่องของการตรวจสอบว่ามีประพฤติกรรมไม่เหมาะสมผิดหรือไม่ ก็กำลังตรวจสอบอยู่เช่นกัน

 

ทั้งนี้ ในที่ประชุมกรรมาธิการฯหลายคนได้ตั้งข้อสงสัย พร้อมได้ซักถามว่า สำนักพระพุทธศาสนาจะมีการดูแลเรื่องที่หลวงปู่เณรคำได้พูดในสิ่งที่ไม่สมควรพูดอย่างไร ทั้งยังได้แนะอีกว่า สำนักพระพุทธศาสนาต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น และวัดไม่ต้องไปสร้างเพิ่มอีก แต่ให้เอาวัดที่ร้างมาบูรณะใหม่แทน ทั้งนี้ยังได้แนะด้วยว่าเรื่องนี้ต้องทำให้เร็วเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา ซึ่งสำนักพระพุทธศาสนาจึงมีความสำคัญมาก

 

ข่าว : คมชัดลึก

28 มิถุนายน 2556


 

เปลื้องข้อครหามอมยาหลวงพ่อมิตซูโอะ !

เหตุผลในการเปิดเผยภาพรักในต่างแดนของฝ่ายหญิง

 

 

เพราะหลังจากมีข่าวว่าหลวงพ่อลาสิกขากลับไปญี่ปุ่นแล้ว ก็มีกระแสข่าวว่า "ถูกอุ้มตัว" บ้าง "ถูกแบลคเมล์" บ้าง จนกระทั่งใกล้ความจริงว่า "กำลังเดินทางไปกับสตรีหน้าตาดีท่านหนึ่ง" วันนี้ ผู้ตกอยู่ในกระแสข่าวจึงจำเป็นต้องเผยตัวเองออกมาสู่สังคม

 

ถามว่า การลาสิกขาของพระมิตซูโอะมีปัญหาอะไร ?

 

คำตอบก็คือ ไม่มีหรอก เพียงแต่มีความลักลั่นกันขึ้น ระหว่างสถานภาพที่ประกาศมายาวนานในฐานะครูบาอาจารย์ผู้ชำนาญทางด้านกรรมฐาน ซึ่งชาวไทยให้ความเคารพนับถือสูงส่งกว่าพระปริยัติ แต่จู่ๆ ท่านก็สละสมณเพศ เหมือนคนกระโดดลงจากยอดตึก ซึ่งอันตราย คนดูจะช็อกเอาง่าย ถ้าค่อยๆ ลงเป็นชั้นๆ ก็คงไม่กระทบกระเทือนศรัทธาของพุทธศาสนิกชนเท่าไหร่

 

แต่ถึงกระนั้น ปัญหากลับตกอยู่ในกลุ่มที่ยังศรัทธาคงมั่นต่อพระอาจารย์ว่า คงไม่มีอะไรที่ไปในทางที่สวนทางกับสมณเพศ และยังเชื่อกันว่า สาเหตุแห่งการลาสิกขาก็คือ "ปัญหาสุขภาพร่างกาย (โรคเบาหวาน) และการมุ่งมั่นไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้แก่ชาวญี่ปุ่น" ตามที่กระแสข่าวกล่าวอ้าง เชื่อไหมว่า ใครๆ ก็ภาวนาขอให้ท่านเป็นโรคเบาหวานกันทั้งนั้น แม้จะไม่สมเหตุผลที่อ้างไว้ในการลาสิกขาสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังดูดีกว่าการ "มีรัก" เป็นไหนๆ

 

แต่ครั้นมีการวิจารณ์ถึงกรณีนี้ ก็มีบรรดาสานุศิษย์ "สมอ้าง" ออกมาแก้ต่าง แก้ตัว และตอบโต้ ผู้ที่บังอาจแตะต้อง "พระอาจารย์" ของตัวเอง ซึ่งก็พอๆ กับศิษย์ของเณรคำแถออกทีวีนั่นแหละ และวันนี้ภาพก็ปรากฏชัดแล้ว ว่าไอ้ที่อ้างๆ กันว่า "หลวงพ่อลาสิกขาเพราะต้องการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้แก่ชาวญี่ปุ่นบ้านเกิด" นั้น ก็เชื่อถือไม่ได้

 

วันก่อน เป็นการพาดบันได-หาทางลงให้แก่หลวงพ่อมิตซูโอะ

แต่วันนี้ บรรดาสาวกพวกที่ถือบันได้กลับต้องแบกบันไดไว้เสียเอง ?

บทเรียนครั้งนี้สอนให้รู้ว่า "อย่าเสนอหน้าแก้ต่างแทนใครถ้าไม่จำเป็น"

แม้แต่พระที่เชื่อว่าเป็น "อริยะ" ก็เถอะ !

 

 

หลังจากที่พระอาจารย์ มิตซูโอะ คเวสโก อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี ลาสิกขา ไปเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดมีผู้โพสต์ภาพบุคคลที่คาดว่าจะเป็น อดีตพระอาจารย์ มิตซูโอะ พร้อมสตรีคนหนึ่งในหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว ขณะที่ยังคงไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆจากผู้โพสต์แต่อย่างใด

โดยเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊ก ได้โพสต์สเตตัสว่า "ขอบคุณสำหรับผู้ที่ไม่หวังดีต่อดิฉัน ที่กล่าวหาว่าดิฉันวางยา Blackmail อาจารย์มิตซูโอะ โดยมีเจตนาทำให้ดิฉันเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงทำให้อาจารย์มิตซูโอะผู้ที่มีเมตตา และความรักต่อดิฉัน จะต้องออกมาปกป้องศักดิ์ศรีของดิฉัน ด้วยการเปิดเผยความจริงต่อสังคมเร็วๆนี้ ขอบคุณอีกครั้ง"

ล่าสุดจากการตรวจสอบภาพที่มา ปรากฎว่าภาพดังกล่าวมาจากเฟซบุ๊คของผู้ที่ใช้ชื่อว่า Suttirat Muttamara หรือ สุทธิรัตน์ มุตตามระ

 

ข้อมูลของ สุทธิรัตน์ระบุว่าเป็นเจ้าของสถานเสริมความงาม คิว เมดิคอล เซ็นเตอร์ ย่านอโศก มีชื่อเล่นว่า"แอน" เขียนประวัติตัวเองในเฟซบุ๊กว่า จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมฯ จากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ระดับอุดมศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ทั้งนี้ พระมิตซูโอะ คเวสโก เจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี ได้ลาสิกขาและเดินทางออกจากประเทศไทยไปต่างประเทศโดยไม่มีกำหนดกลับ ก่อนหน้านี้ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี คาดว่า สาเหตุของการลาสิกขา อาจมาจากโรคเบาหวานที่เป็นมานานกว่า 2 ปี ทำให้สุขภาพไม่แข็งแรง ไม่สามารถปฏิบัติกิจทางสงฆ์ได้เป็นปกติ จึงตัดสินใจลาสิกขา

พระอาจารย์มิตซูโอะเป็นผู้บุกเบิกวัดป่าสุนันทวนาราม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นวัดป่านานาชาติ และปัจจุบันดำรงสถานะเป็นเจ้าอาวาส นอกจากนี้แล้วในปี พ.ศ.2533 ยังเป็นผู้ริเริมมูลนิธิมายา โคตมี ที่ให้การช่วยเหลือด้านการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กๆ ที่ขาดโอกาส ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ตั้งของวัดหนองป่าพง ที่ท่านได้อุปสมบทมาก่อน

 

ข่าว :ข่าวสด

28 มิถุนายน 2556


 

 

ทำใจลำบาก !
 

สาวกมิตซูโอะครวญ ทำไมต้องเป็นสาวธรรมกาย

เป็นสาวหนองหานหรือสาวภูไทไม่ได้เหรอ ?

 

อา..ไอ้หนูเอ๊ย ความรักมีพรมแดนซะที่ไหนเล่า

 

 

บุญชัย-สาวกธรรมกาย ยังรัก "ตั๊ก-บงกช" สาววัดปากน้ำเลย แล้ว "มิตซูโอะ-ศิษย์หลวงพ่อชา" จะรัก "แอน-สุทธิรัตน์" สาวธรรมกายบ้างไม่ได้หรือไร ก็ไหนว่าทำใจได้แล้วไง หลวงพ่อสอนไม่ให้ยึดมั่นมิใช่หรือ ท่านบรรลุธรรมและทำให้เป็นตัวอย่างแล้วไง

 

นี่ไงของจริง ?

 

 

หนึ่งในคอมเมนต์จาก พันทิป ดอทคอม

สวนทางพระนิพพาน

"ทำไมต้องเป็นธรรมกาย"

 

 

 

 

ผมไม่โกรธ ที่ท่านสึก

 

ผมเฉยๆ กับที่ท่านไปคบหากับหญิงสาว

 

ใจจริงแล้วออกจะ "นับถือ" ในความคิดของคุณมิตซูโอะด้วยซ้ำ ว่าไม่ทำให้ผ้าเหลืองแปดแปื้อน

ผมเจ็บปวด ตรงที่สาวที่คุณมิตซูโอะไปคบหา คือสาวกของลัทธิธรรมกาย ซึ่งใครๆ (รวมถึงคุณมิตซูโอะ) ก็น่าจะรู้ว่า ลัทธิธรรมกายนั้นสอนอะไร บิดและทำลายพุทธศาสนาแค่ไหน

และที่สำคัญ สิ่งต่างๆ ที่คุณมิตซูโอะ เคยสั่งสอนญาติโยมมา นั้นก็ไม่สามารถจะเข้ากันได้เลย กับคำสั่งสอนล้างสมองของลัทธิธรรมกาย ซึ่งคุณมิตซูโอะ ก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ

ผมเจ็บปวดตรงนี้...

 

 

ปล. เจ็บปวดตรงที่ มิได้ทำให้ผ้าเหลืองแปดเปื้อน

แต่ทำให้ความเป็นพระอริยบุคคลแปดเปื้อนนะสิ อิอิ

(กรูหลงเชื่อมาตั้งนาน ถ้าออกเหรียญก็คงห้อยทุกรุ่น)

 

ข่าว : พันทิป ดอทคอม

28 มิถุนายน 2556

 

 

 

อ้าฮ่ะ จ๊าบสุดๆ !

เผยภาพ "เปิดครอสกรรมฐาน" ของทิดมิตซูโอะ

 

"สึกด่วน สึกไว  ไม่บอกใคร เพราะต้องการไปช่วยเหลือชาวญี่ปุนอย่างเร่งด่วน นะ ซาโยนาระ" และ "ท่านยังตั้งใจเผยแผ่พระพุทธศาสนาในผ้าลายต่อไป" ฯลฯ

 

แหมรวมคอมเมนต์จากประดาชมรม "คนหลงรักหลวงพ่อมิตซูโอะ" แอ่นอกรับผิดรับชอบ และ "ตอบคำถามแทน" ทุกถ้อยกระทงความ อ่านแล้วซึ้งจนน้ำตาแทบร่วงหลังพวงมาลัย

 

และเมื่อได้เห็นภาพเหล่านี้แล้วคงซาบซึ้งกินใจเข้าไปอีก

เพราะนี่คือหลักฐานที่ยืนยันจากปากของแม่ชีว่า

"ท่านอาจารย์จะรีบเปิดครอสกรรมฐาน งานแน่น"

ก็จริงๆ นั่นแหละ แน่นอกซะจนไม่มีเวลาลาโยมเลย

 

รวมภาพชุด : ซักคำก่อนไป

 



คำศัพท์อริยะแปลแบบเดียวกับเณรคำ

"เปิดครอสกรรมฐาน = ฮันนีมูน"

 

เผยภาพ "มิตซูโอะ" เปิดครอสกรรมฐานที่ญี่ปุ่น

 

 

โผล่แล้ว!ภาพ 'มิตซูโอะ' ตอนสึก ควงคู่หญิงคู่ใจ โพสต์ผ่านทางเฟซบุ๊ก

27 มิ.ย. 2556 หลังจากอดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก อายุ 63 ปี ชาวญี่ปุ่น เจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม หมู่ 8 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งบวชในไทยกว่า 38 ปี อีกทั้งเป็นลูกศิษย์รุ่นแรกของหลวงปู่ชา สุภัทโท พระสายวิปัสสนากรรมฐานชื่อดัง แห่งวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี ได้ลาสิกขาอย่างกะทันหัน โดย น.ส.ดารณี บุญช่วย กรรมการและเหรัญญิกมูลนิธิมายาโคตมี ระบุว่า พระอาจารย์ได้ลาสิกขาจริงและเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นแล้ว เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยไม่ได้แจ้งเหตุผลและไม่มีใครทราบว่าท่านลาสิกขาที่วัดใด สำหรับทิศทางของมูลนิธิ หลังจากนี้ยังคงดำเนินการต่อไป ส่วนเรื่องยอดเงินบริจาคไม่ขอตอบ และการแถลงครั้งนี้จะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย

ขณะที่แม่ชีพิณพรรณ เนียมมุณี ระบุว่า อดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ โทรศัพท์ทางไกลมาจากประเทศญี่ปุ่น แจ้งให้ทราบว่าเมื่อเดินทางกลับถึงประเทศญี่ปุ่นบ้านเกิด และเตรียมเปิดคอร์สอบรมให้ความรู้ฝึกกัมมัฏฐานแก่ชาวญี่ปุ่นและคนไทยในญี่ปุ่น พร้อมกำชับให้ทุกคนปฏิบัติตามคำสอนนั้น

จากนั้นข่าวคราวของอดีตพระชื่อดังก็เงียบหายไป กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน เฟซบุ๊กส่วนตัวของ "Suttirat Muttamara" โพสต์ข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ ระบุข้อความว่า "ขอบคุณสำหรับผู้ที่ไม่หวังดีต่อดิฉัน ที่กล่าวหาว่าดิฉันวางยา Blackmail อาจารย์มิตซูโอะ โดยมีเจตนาทำให้ดิฉันเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงทำให้อาจารย์มิตซูโอะผู้ที่มีเมตตา และความรักต่อดิฉัน จะต้องออกมาปกป้องศักดิ์ศรีของดิฉัน ด้วยการเปิดเผยความจริงต่อสังคมเร็วๆ นี้ ขอบคุณอีกครั้ง"

ต่อมา ผู้ใช้ชื่อว่า "แจ๋วแหว๋ว แหว๋ว" โพสต์ว่า "เป็นกำลังใจให้นะคะคุณแอน" ก่อนที่ "Suttirat Muttamara" ตอบว่า "ขอบคุณมากนะคะ"

ในเวลาไล่เลี่ยกัน "Suttirat Muttamara" ทยอยโพสต์ภาพถ่ายของอดีตพระมิตซูโอะกับหญิงวัยกลางคนร่วมสิบภาพ แต่ละภาพท่าทางแนบชิดสนิทสนมกัน ทั้งสองสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสแลดูมีความสุข ท่ามกลางสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลากหลายมุม

นอกจากนี้ เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ "drama-addict" ได้แชร์ข้อความและภาพชุดดังกล่าวมาเผยแพร่ มีผู้แสดงความคิดเห็นจำนวนมากส่วนใหญ่มองในแง่บวก ยกย่องอดีตพระมิตซูโอะ ทำนองว่าได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะหากรู้ตัวว่าตัดกิเลสไม่ได้ ไม่เหมาะที่จะครองเพศฆราวาสแล้ว การตัดสินใจออกไปเผชิญความจริงทางโลกย่อมเป็นสิ่งที่สมควร

ผู้ที่ใช้ชื่อ "ปินวัตร ว่าน" มองว่า "เป็นเรื่องปกติ พระไม่มีใจแล้ว ก็ควรสึกออกไป คนเราชอบตั้งความหวัง ชอบยกย่องคนให้เป็นศาสดา เป็นเทพ โดยลืมพื้นฐานไปว่า เขาก็คนเหมือนเรา ดีกว่าเป็นอลัชชีห่มจีวร หากินกับศาสนาเป็นเหลือบเป็นไร ถ้าพระทุกรูปทำแบบหลวงพ่อท่าน ข่าวเสียหายของวงการพระไทยคงไม่แย่ขนาดนี้"

ส่วนผู้ใช้ชื่อ "GooNg Pannarai" มองว่า "คนเค้าแค่สงสัยกันว่าท่านบวชมาหลายปียังไม่สามารถละกิเลสได้ และท่านเริ่มมีกิเลสตอนไหน แต่ดีตรงที่พอท่านรู้ว่าตัวเองยังละไม่ได้ก็สึก ไม่ได้อยู่เป็นมารศาสนา ให้ลูกศิษย์ลูกหาออกมาแถแก้ตัวไปวันๆ ส่วนตัวยังนับถือท่านอยู่ค่ะ"

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ใช้ชื่อ "Suttirat Muttamara" เป็นคนเดียวกับนางสุทธิรัตน์ มุตตามระ อายุ 52 ปี เป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือ เดอะควอลิตี้ กรุ๊ป และประธานกรรมการบริหาร บริษัท คิว เมดิคอล เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้นำเทคโนโลยีศูนย์ต่อต้านความชราครบวงจรภายใต้แบรนด์ คิว เมดิคอล เซ็นเตอร์ มีแผนขยายศูนย์รูปแบบคลินิกความงามครบวงจรในย่านเมืองทองธานีและบางนา

 

 

ข่าว : คมชัดลึก

28 มิถุนายน 2556

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

 

 

21 กระทง จ่อคอหอยเณรคำ !

 

สงกรานต์แจ้งซ้ำ

 ถ้าเหยียบแผ่นดินไทยได้ก็มหัศจรรย์แล้วเณรคำเอ๋ย

เป็นคดีอาญาทั้งนั้นเลย เหมาะสมกับพระอริยะนะเนีย

 

 

งานนี้เห็นทีต้องว่ายกรรเชียงซะแล่วล่ะหลวงปู่

 

 

 

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. เพื่อขอให้สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม กรณีหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสำนักสงฆ์ขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ที่มีการกระทำที่เข้าข่ายขัดต่อพระธรรมวินัย และเป็นความผิดคดีอาญาหลายประเด็น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เคยเข้าร้องเรียนขอให้ บก.ป.ตรวจสอบการกระทำที่ขัดต่อพระธรรมวินัย และขัดต่อกฎหมายไว้แล้ว 13 ประเด็น โดยทำหนังสือร้องเรียน พร้อมกับนำภาพถ่ายและเอกสารต่างๆ อาทิ คำให้การต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ใบประเมินราคาทองคำจากผู้เชี่ยวชาญ ฯลฯ มอบไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินการ

 

นายสงกรานต์ กล่าวว่า จากกรณีพระวิรพล สุขผล หรือ หลวงปู่เณรคำ ร่วมกับบริษัท ขันติธรรมก้าวหน้า จำกัด และพวก ได้กระทำการที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญา หลายประเด็น ซึ่งตนเคยเข้าร้องเรียนให้ทาง บก.ป.ตรวจสอบข้อเท็จจริงไว้แล้ว 13 ประเด็น ขณะนี้ ได้ตรวจสอบเบื้องต้นพบการกระทำที่น่าจะเข้าข่ายความผิดเพิ่มเติมอีก 8 ประเด็น ประกอบด้วย

 

1. การออกใบสำคัญรับเงิน หรืออนุโมทนาบัตร หรือเอกสารอื่นใดที่แสดงว่าได้รับเงินหรือทรัพย์สินจากการบริจาค หรือเรี่ยไร ของหลวงปู่เณรคำ หรือบริษัท ขันติธรรมฯ มีหรือไม่

 

2. บุคคล หรือนิติบุคคล ที่หลงเชื่อโฆษณาการจัดสร้างถาวรวัตถุต่างๆ ของหลวงปู่เณรคำ หรือบริษัท ขันติธรรมฯ นั้น มีหลักฐานการส่งมอบทรัพย์สินต่างๆ หรือไม่ เช่น ใบนำฝากเงิน สลิปการโอนเงิน ฯลฯ

 

3. ผู้รับเหมาก่อสร้างองค์พระแก้วมรกต หรือถาวรวัตถุในสำนักสงฆ์ขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ และสาขาอื่นๆ ได้จดแจ้งสถานะของสำนักสงฆ์เป็นเช่นไร เกี่ยวกับสถานะการจัดสร้างองค์พระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ว่าได้รับพระบรมราชานุญาต แล้วหรือไม่

 

4. ทรัพย์สินต่างๆ ที่ได้รับบริจาค หรือเรี่ยไร หลวงปู่เณรคำ หรือบริษัท ขันติธรรมฯ ได้นำไปมอบให้ หรือยักย้าย ถ่ายเท หรือจำหน่ายจ่ายโอนโดยใช้ชื่อบุคคล หรือนิติบุคคล เป็นผู้ถือครอง หรือมีผู้ถือกรรมสิทธิแทนหรือไม่

 

5. การขอรับเงินบริจาค หรือเรี่ยไร ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ และหากได้รับอนุญาต มีระยะเวลากำหนดเริ่มต้นและสิ้นสุดเมื่อใด ตลอดจนในใบอนุญาตก็จะต้องระบุปริมาณเงินที่ประสงค์จะรับบริจาค หรือเรี่ยไร ไว้ด้วย โดยใบอนุญาตดังกล่าวจะออกโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

 

6. การใช้ชื่อ รพ.ร้อยเอ็ด รับเงินบริจาค หรือเรี่ยไร โดยมีชื่อหลวงปู่เณรคำ ในการโฆษณารับบริจาคเพื่อสร้างอาคารสูง มีการเปิดบัญชีธนาคาร โดยทาง ผอ.รพ.ดังกล่าว มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ และจำนวนเงินในบัญชีมีเท่าใด รวมทั้งได้นำเงินไปใช้ตามที่โฆษณาไว้หรือไม่

 

7. การใช้ชื่อวัดป่าขันติธรรม ไปโฆษณาชวนเชื่อหรืออวดอ้างต่อประชาชน โดยรู้อยู่แล้วว่ามิได้มีสถานะเป็นวัด แต่อย่างใด และยังไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ให้มีชื่อเป็นวัดป่าขันติธรรม โดยให้ประชาชนหลงเชื่อบริจาคเงิน หรือทรัพย์สิน จึงเป็นการเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ประชาชนทราบ ทำให้ผู้อื่น หรือประชาชนได้รับความเสียหาย และ

 

8. เรื่องของการรับเงิน และทรัพย์สินที่เกิดความเสียหายชัดแจ้ง ปรากฏพยานหลักฐานจาก 2 กรณี คือ 8.1 กรณีการจัดพิธี “มหากฐินทาน” โดยจัดทำต้นกฐินสูง 9 เมตร 36 ต้น ได้รับเงินบริจาคกว่า 100 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2553 และ 8.2 หลวงปู่เณรคำ ได้กล่าวในพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างมหาวิหารคลุมองค์พระแก้วมรกต ระหว่างวันที่ 11-16 เมษายน 2554 มีใจความว่า ทองคำที่รับบริจาคมากว่า 2 ปี มีจำนวนกว่า 8,000 กิโลกรัม จึงได้ประสานร้านทองคำซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญให้คำนวณปริมาณทองคำกับราคาขาย ซึ่งพบว่า ทองคำกว่า 8,000 กิโลกรัม นั้น มีมูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาล

นายสงกรานต์ กล่าวอีกว่า การร้องเรียนในประเด็นต่างๆ เพิ่มเติมในครั้งนี้ อยากให้ทางตำรวจ บก.ป.ช่วยสืบสวนสอบสวน และหากพบว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดคดีอาญา ก็ขอดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามความผิดในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 และความผิดในฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย

 

ขณะที่ พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า ได้รับเรื่องไว้โดยจะเร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ ที่มีการร้องเรียนดังกล่าว เบื้องต้นได้มอบหมายพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป.รับไว้ดำเนินการ อย่างไรก็ดี ทางตำรวจ บก.ป.ยืนยันว่าพร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และจะมีการแจ้งผลการสืบสวนสอบสวนประเด็นต่างๆ ให้ทราบต่อไป

 

 

 

ข่าว : เดลินิวส์

28 มิถุนายน 2556


 

 

 

เตรียมปลดบักเณรคำ !

 

ขีดเส้นตาย รายงานตัวภายใน 3 วัน

มิเช่นนั้นจะเปลี่ยนเจ้าอาวาสวัดป่าขันติธรรมทันที

 

อา..กล้าหรือฮะ ปลดเณรคำจากเจ้าอาวาสก็เท่ากับปลดพระอรหันต์เชียวนะ บาปมหันต์ระดับอนันตริยกรรมเชียว !

 

 

 

 

"เณรคำ" ยังไม่มาร่วมงานประจำปีของวัด

 

พระครูวัชระสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีสำราญ ตำแหน่ง พระเลขาเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต, พระครูกิตติวรโสภณ เจ้าคณะตำบลดูน รักษาการเจ้าคณะอำเภอกันทรารมย์, พระครูสิริวินัยวัฒน์ เจ้าอาวาสอำเภอเมืองศรีสะเกษ และพระครูธรรมธรคำไข โสภาจาโร ที่ปรึกษาพระเลขาเจ้าคณะจังหวัด ภายหลังจากที่เดินทางนำหนังสือคำสั่งของ พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ( ธ ) ไปมอบให้พระผู้ที่ดูแลแทนหลวงปู่เณรคำ ที่วัดป่าขันติธรรม แล้วตั้งแต่บ่ายวานนี้ ได้นำรายงานความคืบหน้ามารายงานให้เจ้าคณะจังหวัดได้ทราบ โดยเฉพาะในเรื่องการจัดงาน และการตรวจสอบวัดสาขาของหลวงปู่เณรคำ ที่อยู่อำเภอขุนหาญ อีก 2 สาขาด้วย

 

 

ถ้าไม่มารายงานตัวภายใน 3 วัน จะตั้งรักษาการแทน

 

พระครูวัชระสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีสำราญ ตำแหน่ง พระเลขาเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต รายงานเจ้าคณะจังหวัด(ธ) ทราบว่า ภายหลังจากบ่ายวานนี้ ได้นำหนังสือคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัดไปอ่านให้พระผู้ดูแลวัด พร้อมญาติโยมมัคทายกวัดได้ทราบแล้ว ก่อนที่มอบหนังสือคำสั่งดังกล่าวให้ไปปฎิบัติทันที โดยเฉพาะในเรื่องให้ พระวีรพล ฉัตตฺโก หรือ หลวงปู่เณรคำ เดินทางกลับมาให้รับการสอบสวนจากคณะสงฆ์ที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าคณะจังหวัด ถึงข้อเท็จจริงด้วยตนเองภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2556 และหากไม่มาคณะสงฆ์เห็นว่า ต้องมีการแต่งตั้งผู้ดูแลสำนักสงฆ์ใหม่ เพื่อสร้างความกระจ่างให้สังคม พร้อมเร่งรัดในการจัดตั้งวัดให้ถูกต้องต่อไป โดยอาจจะต้องขอประชามติจากชาวบ้านยาง ตำบลยาง อำเภอกันทรารมย์ ในการนำเสนอข้อมูลการจดตั้งวัด และแต่งตั้งผู้ดูแลสำนักสงฆ์เพื่อจะได้เสนอตั้งวัดให้ถูกต้องหากพระวีรพล ไม่เดินทางกลับมาตามคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัด(ธ) ส่วนเรื่องประเด็นเส้นทางการเงินบริจาคต่างๆ ที่สังคมสงสัยก็จะได้รอการรายงานการทำบัญชีเข้าออกจากลูกศิษย์วัดต่อไป

 

 

ข่าว : คมชัดลึก

28 มิถุนายน 2556


 

"หนีไม่ออก"

 

เจ้าคณะจังหวัดอุบลยอมรับ

"เณรคำสังกัดวัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ"

มีพระราชธรรมโกศลเป็นเจ้าอาวาส

 

"ย้ายมาสังกัดตั้งแต่ 5 ปีก่อน"

 

อา..งานเข้าเลยทีนี้ ขอถามทีนะครับ พระเดชพระคุณพระราชธรรมโกศลที่เคารพ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อจะรับผิดชอบอย่างไร ในฐานะที่เป็นผู้ปกครองโดยตรงของเณรคำ

 

1. เณรคำสังกัดวัดเจ้าคณะจังหวัด แต่กลับไม่เคยจำพรรษาที่วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อเลยนั้น มันเป็นไปได้อย่างไร พระระดับเจ้าคณะจังหวัดปกครองลูกวัดกันอย่างนี้หรือ ?

 

2. เณรคำมีสาขาอยู่ทั้งในและต่างประเทศนับเป็นร้อยๆ แห่ง และมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่งนั้น ถามว่าหลวงพ่อไม่รู้เรื่องเลยหรือ หรือว่ารู้ แต่สมรู้ร่วมคิด

 

3. หลวงพ่อเคยได้รับนิมนต์ไปร่วมงานที่วัดป่าขันติธรรม ศรีสะเกษ หรือเปล่า ถ้าเคยไป, ก็ถามว่า ไม่เคยเฉลียวใจเลยหรือไร ว่าทำไมเณรคำซึ่งเป็นพระลูกวัดของท่านมาสร้างอาณาจักรที่ต่างจังหวัดมูลค่าเป็นพันล้าน แล้วตัวหลวงพ่อซึ่งเป็นถึงเจ้าอาวาสและเจ้าคณะจังหวัดมีฐานะอะไร มิใช่ถูกเณรคำหลอกใช้เป็นที่คุ้มหัวป้องกันภัยดอกหรือ

 

4. กรณีเณรคำซึ่งเป็นธรรมยุตทำสำส่อน ไปร่วมสังฆกรรม กินนอนอยู่กับพระในคณะมหานิกาย ทั้งในและต่างประเทศนั้น ถามว่าถูกต้องตามพระธรรมวินัยนิยมหรือเปล่า

 

ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อคณะสงฆ์ไทยในวันนี้ พระราชธรรมโกศล จึงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบไปได้ ต้องนิมนต์ลาออกสถานเดียว นิมนต์ลงโทษตัวเองเสียเถิดครับหลวงพ่อ อย่าให้สังคมลงโทษท่านเลย

 

ขอประทานกราบเรียนไปยัง เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต ในฐานะเจ้าคณะใหญ่ธรรยุติกนิกาย ว่าจะปูนบำเหน็จเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ผู้มีผลงานดีเด่นระดับโลกในครั้งนี้

 

 

 

พระราชธรรมโกศล (สวัสดิ์ ทสฺสนีโย)

เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี (ธรรมยุต)

เจ้าอาวาสวัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

รับค่าย้ายสังกัดจากหลวงปู่เณรคำ

 

จากกรณีที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่า พระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำสังกัดวัดใดนั้น ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (27 มิ.ย.) พระราชธรรมโกศล (สวัสดิ์) เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า กรณีมีข้อสงสัยว่า หลวงปู่เณรคำ สังกัดวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อหรือไม่นั้น ทราบว่าหลวงปู่เณรคำได้บวชที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี จากนั้นในปี 2549 ได้มาเข้าสังกัดวัดนี้ โดยหลังจากที่ได้สังกัดแล้วก็ได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษจนถึงปัจจุบัน ส่วนเวลาไปต่างประเทศก็จะใช้สังกัดของวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ซึ่งได้เคยถามหลวงปู่เณรคำกลับไปว่า ทำไมไม่ย้ายไปสังกัดที่จังหวัดศรีสะเกษให้เรียบร้อย หลวงปู่เณรคำก็ตอบว่า ยังติดขัดอยู่ จึงยังขอขึ้นที่วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อไปก่อน แต่หลวงปู่เณรคำไม่ได้อยู่หรือจำพรรษาที่วัดเลย ส่วนใหญ่จะอยู่ที่วัดป่าขันติธรรม

 

“หลวงพ่อได้รายงานเอกสารการสังกัดวัดของหลวงปู่เณรคำ ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรายงานให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รับทราบแล้ว โดยอาตมาเป็นผู้อนุญาตให้หลวงปู่เณรคำใช้สังกัดของวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตี้อเอง ส่วนโทษที่ไม่ได้อยู่วัดที่สังกัดนั้น คงต้องไปดูในรายละเอียดอีกครั้ง” เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ กล่าว

 

ข่าว : ข่าวสด

28 มิถุนายน 2556


 

เจ็ดวันบรรลุธรรม !

 

แฉ ดร.เก๊ "สุขุม" เพิ่งร่วมแก๊งค์เณรคำแค่ 7 วัน แต่มันทำแสนรู้ไปหมด แปลศัพท์แสงอริยะซะจนกลายเป็นพจนานุกรมตลกแห่งประเทศไทย ถ้าเป็นสมัยก่อนรับรองว่า "โดนกระทืบจมแผ่นดินไปแล้วมึง"

 

 

โฉมหน้า ดร.กำมะลอ

 

พศ.แฉ "สุขุม" ยอมรับ เพิ่งเข้ามาช่วยงาน

เมื่อเวลา 13.30น. ที่ห้องประชุม 310 อาคารรัฐสภา 2 รัฐสภา คณะ กรรมาธิการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ได้เชิญตัวแทนจากทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) และตัวแทนจากทางกลุ่มลูกศิษย์พระวิรพลเข้ามาชี้แจงกรณีข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับตัวของหลวงปู่เณรคำ โดยมีนพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ รองประธานคณะกรรมาธิการศาสนาฯ คนที่สาม เป็นประธานการประชุม และให้ผู้แทนจากทั้งสองกลุ่มเข้าชี้แจงคนละรอบ ซึ่งทางผู้แทนจากทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯเป็นฝ่ายเข้าชี้แจงก่อน

ขณะที่นายวิรอด ไชยพรรณนา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ (พศจ.ศรีสะเกษ) กล่าวว่า ทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะสงฆ์จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต ได้กำหนดให้หลวงปู่เณรคำ มาชี้แจงข้อเท็จจริงภายในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ หากไม่เดินทางมาภายในวันที่กำหนด จะมีการหารือถึงแนวทางในการดำเนินการต่อไป พร้อมกันนี้พศจ.ศรีสะเกษ ยังได้ทำหนังสือแจ้งไปยังพล.ต.จตุรานนท์ สิงหเดช อยู่บ้านเลขที่ 99/9 หมู่ที่ 11 แขวงคันนายาว เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ขออนุญาตสร้างวัดป่าขันติธรรม ว่าจะยังยืนยันในการขออนุญาตสร้างวัดบนพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่

จากนั้นทางคณะกรรมาธิการศาสนาฯ วุฒิสภา ยังตั้งข้อสังเกตในกลุ่มลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ ที่ออกมาชี้แจงในแต่ละครั้ง จึงมีการสอบถามในการประชุมถึงผลการประชุมของคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่มีการเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงในเรื่องหลวงปู่เณรคำเช่นกัน ซึ่งที่ประชุมได้สอบถามไปยังนายบุญเชิด กิติธรางกูร ผอ.ส่วนกิจการคณะสงฆ์ สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สํานักงานพระพุทธศาสนาฯ ซึ่งเข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ด้วย โดยนายบุญเชิด กล่าวว่า นายสุขุม วงประสิทธิ ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม ซึ่งเข้าชี้แจงในฐานะตัวแทนของที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม ยอมรับในที่ประชุมดังกล่าวว่าเพิ่งเข้ามาช่วยงานกับทางที่พักสงฆ์ขันติธรรมเพียง 7 วัน เท่านั้น

 

ข่าว : คมชัดลึก

28 มิถุนายน 2556


 

 

"ยายลอน"

เจ้าของที่วัดป่าขันติธรรม !

อธิบดีกรมที่ดินยืนยัน

 

อา..แล้วศิษย์พระอริยะคนไหนที่ไปออกรายการทีวีว่า ยายลอนไม่ใช่เจ้าของ ไม่มีสิทธิ์ เป็นแต่เพียงยายเฒ่าเฝ้าวัดเฉยๆ แถมยังเคยโกงเงินวัดอีกด้วย งานนี้แหละที่จะทำให้พระอรหันต์กำมะลอเข้าวัดป่าขันติธรรมไม่ได้

 

 

 

อธิบดียันที่ดิน "ยายลอน"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในแถลงการณ์ของวัดป่าขันติธรรมที่นำมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการศาสนาฯในครั้งนี้ ปรับเปลี่ยนชื่อจากวัดป่าขันติธรรม เป็นที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม มีพระครูภาวนาวรธรรมวิเทศ เป็นรักษาการแทนประธานสงฆ์ที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม

ขณะเดียวกัน กลุ่มพุทธศาสนิกชนไทยแจ้งว่าที่ได้ยื่นหนังสือขอให้กรมที่ดินตรวจสอบข้อเท็จ จริงว่าที่ดินบริเวณของวัดป่าขันติธรรมเป็นที่ดินของใครนั้น กรมที่ดินได้มีหนังสือแจ้งมาแล้ว ลงนามโดยนายวานิตย์ อินทรักษ์ รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมที่ดิน ระบุว่า ที่ดินบริเวณวัดป่าขันติธรรม มีชื่อ นางลอน มนัส เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จำนวน 5 แปลง เนื้อที่รวม 14 ไร่ 1 งาน 19 ตารางวา ประกอบด้วยโฉนดที่ดินเลขที่ 44712, 47177, 50067, 50065 และ 50260 อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งโฉนดดังกล่าวอยู่ในการรับผิดชอบของสำนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ สาขากันทรารมย์

ยายลอนโชว์โฉนดที่ดิน

ด้านนางลอน มนัส อายุ 68 ปี เจ้าของที่ดินตั้งวัดป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ นำเอกสารสำเนาโฉนดที่ดิน 5 แปลงที่เป็นชื่อของตัวเองมาแสดงให้ตรวจพิสูจน์ว่าเป็นเจ้าของที่ดินตั้งวัด ป่าขันติธรรมอย่างแท้จริง โดยนางลอนกล่าวว่า โฉนดตัวจริงจำนวน 3 ฉบับ มอบให้หลวงปู่เณรคำไปแล้ว เพื่อสร้างสำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรมให้เป็นวัดโดยสมบูรณ์แบบ แต่ไม่ได้จัดสร้าง ไปสอบถามความคืบหน้าของการจัดตั้งวัด หลวงปู่เณรคำบอกว่าหากตั้งวัดให้ถูกต้องสำนักงานพระพุทธศาสนารวมทั้งส่วน ราชการที่เกี่ยวข้องก็จะเข้ามาตรวจสอบเกี่ยวกับเงินบริจาคทั้งหมด จะทำให้ใช้จ่ายเงินไม่สะดวก

 

ข่าว : ข่าวสด

28 มิถุนายน 2556


 

เจออีกข้อหา

"อุปัชฌาย์เถื่อน"

หลายเถื่อนเลยนะบักเณรคำนี่

 

 

ศูนย์รวมของเถือนของโลก

 

 

1. อรหันต์เถื่อน

2. วัดเถื่อน
3. พระแก้วเถื่อน
4. พระอุปัชฌาย์เถื่อน
ต่อไปอาจจะมีรถเถื่อน ฯลฯ

 

ชี้เณรคำไม่ใช่พระอุปัชฌาย์

ที่ จ.ศรีสะเกษ พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าอาวาสวัดหนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ (ธรรมยุต) กล่าวถึงกรณีที่หลวงปู่เณรคำประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุให้ชาวต่างชาติ ว่า พระภิกษุที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ต้องได้รับตราตั้งพระอุปัชฌาย์ จึงจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เท่าที่ทราบหลวงปู่เณรคำไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์แต่อย่างใด หากคณะสงฆ์ทราบหรือมีหลักฐานว่าหลวงปู่เณรคำไปประกอบพิธีอุป สมบทให้ ถือว่าหลวงปู่เณรคำมีความผิด ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 17 (พ.ศ.2536) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์

 

ข่าว : ข่าวสด

28 มิถุนายน 2556


 

ตบปาก ดร.ปากมอม !

ห้ามพล่ามเรื่องพระเรื่องเจ้า

 

 

กรรมการสงฆ์ลงดาบเณรคำ 3 ข้อ

 

1. ให้เดินทางมาให้การต่อคณะกรรมการภายใน 3 วัน (30 มิ.ย. 56) มิเช่นนั้นจะเปิดศาลด้านเดียว

2. ห้ามมิให้สมุนออกมาโต้ข่าวรายวัน เพราะสร้างความเสียหายแก่คณะสงฆ์ โดยเฉพาะสายพระอาจารย์มั่น ยิ่งมันพูดพระสุปฎิปันโนกลายเป็นดาวตลกหมด

3. ให้นำข้อมูลทั้งหมดมอบให้เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษโดยด่วน

 

อา..ถ้าภายใน 3 วัน พระอรหันต์เหาะมาไม่ทันจะทำอย่างไรหนอ ต้องรอหนังม้วนต่อไป เพราะอย่าลืมว่า ใช่แต่อธิกรณ์ทางสงฆ์เท่านั้นที่จะรุมกระหน่ำเณรคำ แต่เมื่อใดที่ล้อเครื่องบินเจ๊ตของพระอรหันต์กำมะลอแตะรันเวย์ เมื่อนั้นแหละ จะมีคนแจ้งจับข้อหาฉ้อโกง ซึ่งอรหันต์จะต้องขึ้นโรงพักเป็นเกียรติประวัติชาติสุดท้ายที่ไม่ขอมาเกิด

 

เฮ้อ ! มาก็เสีย ไม่มาก็เสีย กูละเบื่อเหลือเกิน

 

 

นายสุขุม วงศ์ประสิทธิ์

ดร.ปากมอม แส่รู้ทุกเรื่องของพระ แถช่วยเณรคำรายวัน

 

ศรีสะเกษ- คณะกรรมการสอบอธิกรณ์ หาข้อมูลจากนางลอน มนัส กรณีพฤติกรรมไม่เหมาะสมของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ลั่น “หลวงปู่เณรคำ” ต้องไปพบคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ภายในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ พร้อมทั้งสั่งให้ศิษย์ฆราวาสงดการโต้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องพระธรรมวินัยสงฆ์ ซึ่งไม่ใช่วิสัยของฆราวาส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 มิ.ย.) ที่กลางทุ่งนาบ้านหนองถ่ม ต.ดู่ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของนางลอน มนัส อายุ 68 ปี เจ้าของที่ดินสร้างวัดป่าขันติธรรม และอดีตเคยเป็นโยมอุปัฏฐากของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ปรากฏว่า ได้มีคณะกรรมการสอบอธิกรณ์พระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก นำโดย พระครูสิริวินัยวัฒน์ เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ และพระครูวัชรสิทธิคุณ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต และเจ้าคณะอำเภอขุขันธ์ และคณะ ได้เดินทางไปตรวจสอบหาข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับสมณเพศของพระวิรพล ฉัตติโก ซึ่งกำลังเป็นข่าวเผยแพร่ทางสื่อมวลชนทุกแขนงอยู่ในขณะนี้ โดยได้ไปสอบถามข้อมูลต่างๆ จากนางลอน เพื่อจะได้นำข้อมูลไปนำเสนอให้แก่ประธานคณะกรรมการสอบสวนต่อไป

พระครูวัชรสิทธิคุณ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต กล่าวว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์จากเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต ให้ตรวจสอบพระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ เนื่องจากสื่อมวลชนได้เสนอข่าว ระบุว่า มีผู้นำภาพ และคลิปวิดีโอพระภิกษุ จำนวน 3 รูป พำนักอาศัยอยู่ใน จ.ศรีสะเกษ นั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ใช้หูฟัง โทรศัพท์มือถือไอโฟน สวมแว่นตาดำ และมีกระเป๋าแบรนด์ดัง ยี่ห้อหลุยส์ วิตตอง และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของพุทธศาสนิกชนทั่วไป

ดังนั้น คณะสงฆ์ จ.ศรีสะเกษ จึงได้มีคำสั่งเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ (ธรรมยุต) ฉบับที่ 1/2556 เรื่อง ให้พระวิรพล ฉัตติโก ประธานที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม ไปชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีอธิกรณ์และข่าว

พระครูวัชรสิทธิคุณ กล่าวต่อไปว่า เพื่อให้การสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องต่างๆ ซึ่งเป็นผลไม่ดีต่อพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ จึงมีคำสั่งให้พระวิรพล ฉัตติโก ประธานที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม ให้ปฏิบัติตามคำสั่ง ดังนี้ 1.ให้พระวิรพล แจ้งให้จังหวัดทราบวันที่จะเดินทางกลับมาให้การสอบสวนชัดเจนแน่นอน ให้แจ้งสังกัดของตนเองว่า สังกัดวัดใด ให้เจ้าคณะจังหวัดทราบแน่ชัด ให้พระวิรพล กลับมาให้การสอบสวนข้อเท็จจริงด้วยตนเองให้เร็วที่สุด โดยไม่เกินวันที่ 30 มิ.ย.56

2.ให้พระวิรพล สั่งให้ศิษย์ฆราวาสงดการโต้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องพระธรรมวินัยสงฆ์ ซึ่งมิใช่วิสัยของฆราวาส จะเป็นเหตุทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนในหลักธรรมวินัย

3.ให้พระวิรพล สั่งให้ศิษย์นำข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงของเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไปมอบให้เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต เพื่อจะประมวลข้อมูลในการสอบหาข้อเท็จจริง ให้เกิดความกระจ่างต่อพุทธศาสนิกชนให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้นำหนังสือไปให้คณะสงฆ์ที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรมได้รับทราบแล้ว และหากว่า พระวิรพล ไม่มาพบคณะกรรมการสอบอธิกรณ์ ภายในวันที่ 30 มิ.ย.56 ก็จะได้รายงานให้ประธานคณะกรรมการสอบสวนได้ทราบ เพื่อจะได้พิจารณาด้านพระธรรมวินัยอีกครั้งต่อไป

 

ข่าว : ผู้จัดการ

27 มิถุนายน 2556


 

โหรงเหรง !

เณรคำล่องหน ไม่มาร่วมงานห่มผ้าพระแก้ว

พ่อยกแม่ยกก็หายหน้าเหมือนนัดกันไว้

 

นี่แหละหนาที่ท่านว่า "ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน พอแตกใบ่อ่อนกลายเป็นมะลิลา" เณรคำนั้นขึ้นต้นด้วยความพิลึกกึกกือระดับอริยะเรียกพี่ แต่วันนี้กลับกลายเป็น "มหาโจร" ในสายตาของคนทั้งโลก ยิ่งไม่ยอมมาปรากฏตัวต่อสาธารณชนเพื่อพิสูจน์ความจริงก็ยิ่งตายทั้งเป็น เพราะจะหนีไปชั่วชีวิตได้เช่นนั้นหรือ คิดดูเด้อหล่า ?

 

 

เณรคำ Where are you ?

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อฟังเณรคำอ้อนแม่ออก

คึดฮอดหลายๆ คึดฮอดจนกินบ่ได้ นอนบ่หลับ

 

 

 

งานห่มผ้าฤดูฝนที่วัดป่าขันติธรรมเงียบเหงา !

วันแรกของการจัดงานห่มผ้าฤดูฝน 'พระแก้วมรกตจำลอง' วัดป่าขันติธรรมสุดเงียบเหงา

 

27 มิ.ย.56 วันแรกของการจัดงานมหาพิธีห่มผ้าฤดูฝนพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ บรรยากาศของงานยังคงเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีพระของวัดป่าขันติธรรมที่อยู่ตามสาขาต่างๆ ได้เดินทางมาร่วมในพิธี

 

ขณะที่ พุทธศาสนิกชน มาร่วมในพิธีไม่มากนัก ทั้งนี้ กิจกรรมของาน ตั้งแต่เวลา 04.00 น. พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนได้สวดมนต์ทำวัดเช้า เวลา07.00 เป็นมีพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง และเวลา 12.00-17.00 น.จะให้พุทธศาสนิกชนเข้ามัสการหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ภายในห้องรับรอง แต่ก็ต้องเปลี่ยนไปเนื่องจากหลวงปู่เณรคำ ยังไม่กลับมาที่วัด

 

 

ข่าว : คมชัดลึก

27 มิถุนายน 2556


 

โปลิศจับขโมย !

 

กรรมาธิการศาสนาสุดงง โครงการหมื่นล้านบักเณรคำ ไม่มีกรรมการโครงการ มีแต่โอนเงินเข้าบัญชีอรหันต์ อืม..น่านนะซีนะ คนไทยเราก็ศรัทธางมงายแบบนี้แหละ เพียงแค่อ้างว่า "ข้าเป็นอรหันต์" เท่านั้น จะทำอะไรก็ได้ มิน่าถึงมีคนชอบแอบอ้างกันนัก แต่อย่างไรก็ตาม ต่อนี้ไปก็ต้องเป็นภาระของเจ้าหน้าที่ ปปง. ในการสืบสวนสอบสวนหาที่ไปที่มาของบรรดาทรัพย์สินที่ "แก๊งบักเณรคำ" ทำการต้มตุ๋นคนไทยมายาวนาน และเมื่อนั้นเราอาจจะได้เห็นอรหันต์ติดคุกนานถึง 10,000 ปี

 

 

Catch me if you can !

 

 

"หลวงปู่เณรคำ" หนียาว ลูกศิษย์แถลงอ้างติดภารกิจนิมนต์ต่างประเทศจึงยังไม่กลับไทย เล่นมุขอาจมีอภินิหารขึ้นฮ.มาลงที่วัด ขณะที่"ยายลอน"ประกาศขอโฉนดที่ดินคืนภายใน 15 วันไม่เช่นนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

วันที่ 26 มิ.ย.56 กรณีพระวีระพล ฉัตติโก หรือ หลวงปู่เณรคำ ประธานสำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ถูกสังคมออนไลน์ระบุว่าเป็นพระสงฆ์องค์เดียวกันกับที่อยู่ในคลิปฉาวขณะกำลัง นั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวและมีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวใช้บินไปรับกิจนิมนต์ใน ที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศและใช้ของหรูหราฟุ่มเฟือยราคาแพง ติดหรูจนเกินกว่าวัตรปฏิบัติของสงฆ์ผู้ละจากกิเลสและหลังจากนั้นก็มีการแฉ เกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนตัวของเณรคำออกมาเรื่อย ๆ รวมทั้งการไม่ไปยื่นจดทะเบียนขอตั้งวัดให้ถูกต้องตามกฎหมายสงฆ์ และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมทั้งการรับบริจาคที่ดินเพื่อตั้งวัดก็ไม่ได้ทำตามความต้องการญาติโยมที่ บริจาคที่ดินให้จัดตั้งวัด กลายเป็นที่จับตาและวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมไทยในขณะนี้

 

ข่าว : สยามรัฐ

27 มิถุนายน 2556


 

สายตรง !

 

พุทธอิสระต่อสาย "แม่บุญธรรม" เณรคำ

ออกปากชัดถ้อยชัดคำ เรียกอรหันต์เณรคำ "มัน"

แปลว่า สิ้นเยื่อขาดใย

 

 

"หลวงปู่พุทธะอิสระ" ออกโรงแฉพระดัง เปิดสปีกเกอร์ปลายสายอ้างเป็นแม่บุญธรรม เผยขั้นตอนเลือกซื้อ ฮ. ราคา 80 ล้าน เครื่องบินส่วนตัว แถมเตือนทิ้งท้ายระวังถูกแฉกลับ...

 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 มิ.ย. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย (ธรรมอิสระ) ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เปิดให้สื่อมวลชลสัมภาษณ์ถึงกรณีที่แสดงธรรมประจำวันอาทิตย์ ณ ห้องปิ่นเกล้า ปิ่นเกล้าสโมสร กรมแพทย์ทหารเรือ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า โดยคลิปดังกล่าว หลวงปู่พุทธะอิสระได้กล่าวพาดพิงถึง หลวงพ่อเกษม จิณฺณสีโล แห่งสำนักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ว่าเป็นพระที่ไม่รู้ซึ้งในศาสนา พร้อมทั้งท้าดวลไมค์เทศน์คนละตัว

ทั้งนี้ เมื่อพบหลวงปู่พุทธะอิสระกำลังสนทนาทางโทรศัพท์กับสีกา โดยให้ลูกศิษย์คนสนิทเป็นผู้ถือโทรศัพท์ โดยเปิดลาวด์สปีกเกอร์ มีการสนทนาพาดพิงหลวงปู่ชื่อดังที่มีข่าวฉาวดังนี้ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรโยมก็ออกมายืนยัน ปล่อยให้ปล้นศาสนาอยู่ได้อย่างไร ที่จริงทำให้ศาสนาเสียหายมาไม่ใช่ปีนี้ปีเดียว เพราะโกหกตั้งแต่เริ่มต้นว่าเป็นชาติสุดท้าย ทุกอย่างก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ ไปเที่ยวฝรั่งเศสด้วยกัน ซื้อกระเป๋าหลุยส์ ออกตังค์ให้เขาด้วยหรือเปล่า เสียงจากหญิงปลายสายตอบว่า "ลูกสาวออกตังค์ แม่ไม่ได้ออก"

หลวงปู่ กล่าวว่า เป็นคนบอกว่าจะซื้อให้มันหรือว่ายังไง เสียงจากหญิงปลายสายตอบว่า "มันจะเอา" หลวงปู่ กล่าวว่า ในเมื่อเป็นอย่างนี้ จะว่าตนจะไม่มีส่วนรับผิดชอบได้อย่างไร ตอนนี้มันปล้นสะดมไปทั่ว ที่จริงมันหมดความเป็นพระไปตั้งแต่มันพูดว่า มันเกิดชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายด้วยซ้ำ ระยะเวลาที่ผ่านมา ที่มันเอาเงินชาวบ้านมา เสียงจากหญิงปลายสายตอบว่า "อย่าเลยหลวงปู่ เดี๋ยวเค้าตอกกลับมา"

หลวงปู่ กล่าวต่อว่า ไม่กลัว ถ้าพระศาสนาต้องเสียหาย ยอมตาย แล้วโยมจะปล่อยให้มันทำลายศาสนาอยู่ได้อย่างไรโยมแม่ ขนาดเคยจะยอมเขียนพินัยกรรมให้ด้วย เสียงจากหญิงปลายสายตอบว่า "ที่สำคัญคือเงินในบัญชี ต้องมาตรวจสอบว่ามีที่มาจากไหน ไม่ใช่ว่าจะมาพูดปาวๆ"

หลวงปู่ กล่าวต่อว่า ที่ไม่ให้มีการสร้างวัด เพราะว่ากลัวจะมีการตรวจสอบเครื่องบินที่บอกว่าเช่ามาก็ไปเซ็นเช็คที่บ้านมาไม่ใช่เหรอ ไหนวันนั้นบอกว่าจะมาเซ็นเช็คให้ที่บ้าน เสียงจากหญิงปลายสายระบุว่า "ไม่ใช่วันนั้น เค้าเอาตัวอย่างเฮลิคอปเตอร์มาให้ดูหลายรุ่น รุ่นละ 80 ล้าน เค้าบอกว่าก็ลองไปคิดดูก่อน แต่เรื่องที่ซื้อเครื่องบิน เขาไปซื้อกันที่มาเลย์ มีคนบอกว่าลำเล็ก 17 ล้าน เดี๋ยวหลวงปู่นะฟังดิฉันก่อนนะ ถ้าหลวงปู่ไปขุดคุ้ยเขา หลวงปู่จะถูกย้อนศรนะ ที่หลวงปู่ทำยาสมุนไพร"

 

หลวงปู่ กล่าวว่า จะเดือดร้อนอะไร ในเมื่อทำยารักษาคน เมื่อสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าอนุญาตให้พระภิกษุรักษาโรคได้อยู่แล้ว เรื่องเงินไม่ต้องเป็นห่วงฉันเลย ฉันไม่มีบัญชีประจำตัวอยู่แล้ว เป็นประธานมูลนิธิ ไม่รู้เหรอว่าฉันมีเงินอยู่เท่าไหร่ ปัญหาคือว่า เวลานี้ลูกชายจะทำอย่างไร อย่าปล่อยให้กัดกินพระพุทธศาสนา

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นี่คือบางช่วงบางตอนในการสนทนา โดยหญิงคนดังกล่าวได้อ้างว่าเป็นแม่บุญธรรมของหลวงปู่ชื่อดังที่มีข่าวฉาว.

 

ข่าว : ไทยรัฐ

27 มิถุนายน 2556


 

 

อย่างแรง !

สมุนบักเณรคำแถสุดๆ

 

เป็นเพื่อนกับพระอินทร์ = มีเพื่อนชื่ออิน

 

หุหุ บักด็อกเตอร์ตัวนี้มันน่าจะไปเล่นตลกแข่งหม่ำจ๊กมกนะ รับรองว่ามหาสมปองอาย

 

 

นายสุขุม วงศ์ประสิทธิ์

อดีตผู้สมัครผู้ว่า กทม. หมายเลข 19

 

ก็ไม่รู้ว่าทำมาหากินอะไร เอาเงินที่ไหนมาเล่นการเมือง ? โชคดีที่คนกรุงเทพฯ ไม่มีใครเชื่อน้ำยาสมุนอริยะหมอนี่

 

 

กดที่ภาพเพื่อชม "นายอิน" เพื่อนของบักเณรคำ

 

ดร.สุขุม วงประสิทธิ์ ผู้แทนหลวงปู่เณรคำ กล่าวว่า ตามที่ได้มีข่าวหลวงปู่เณรคำไปอย่างกว้างขวาง ตนขอชี้แจงเป็นรายกรณี คือ หลวงปู่เณรคำอุปสมบทถูกต้องสมบูรณ์ ส่วนชื่อหลวงปู่เณรคำ เป็นคำเรียกของชาวบ้าน ที่เรียกสามเณรที่ดีที่จะเรียกว่า เณรคำ ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้มีตัวแทนเข้าชี้แจงต่อสำนักพระพุทธศาสนา ที่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงบางประการ แต่ไม่ได้รับการตอบรับ จึงไม่ได้ชี้แจงข้อสงสัย ส่วนเรื่องเครื่องบินนั้นเป็นเครื่องบินเช่าลำ ในขณะที่กระเป๋าแบรนด์เนมก็ไม่ใช่ของสะสม จึงไม่ผิดเรื่องความประพฤติของสงฆ์ ทั้งนี้เรื่องแว่นตาดำ เป็นเพราะหลวงปู่เณรคำได้อ๊อกเหล็ก จึงรับแสงจ้าไม่ได้ ส่วนเรื่องที่บอกว่าเป็นเพื่อนกับพระอินทร์นั้น เรื่องจริงคือ ท่านเป็นเพื่อนกับพระชื่ออินทร์ อย่างไรก็ตาม ขอวิงวอนผู้ที่เกี่ยวข้องให้มาช่วยกันดูแลศาสนา ตนเชื่อว่า วันนี้ที่เกิดขึ้นบางภาพบางเรื่องเกิดมา 5 ปีแล้ว มีการสอบสวนไปแล้วว่าไม่ใช่ภาพจริง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองว่ามีเรื่องผลประโยชน์ขัดแย้งทางบารมีหรือไม่ จึงมีการนำภาพเมื่อ 5 ปีก่อนมาเสนออีก ทั้งนี้ หลวงปู่เณรคำจะเดินทางกลับมาหรือไม่อยู่ที่ปฎิหาริย์ ถ้าลูกศิษย์สามัคคีกันปฎิหาริย์จะเกิด อย่างไรก็ตามหลวงปู่เณรคำเป็นพระผู้ปฎิบัติดีปฎิบัติชอบ

 

ข่าว : คมชัดลึก

27 มิถุนายน 2556


 

 

"อวดอุตริบ่อยๆ"

รองเจ้าคณะจังหวัดโคราชระบุพฤติกรรมบักเณรคำ

ประกาศรวมตัว 32 อำเภอ ตรวจสอบพฤติกรรมเณรคำ

ต่อไปนี้จะมาทำอัปรีย์ในพื้นที่โคราชไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

 

 

แซมเปิ้ลพฤติกรรมอุตริของบักเณรคำ

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

พระราชวิมลโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เนื่องจากวัดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีมากกว่า 2,500 วัด และยังมีสำนักสงฆ์ รวมทั้งสำนักปฏิบัติธรรมอีกจำนวนมากกว่า 700 แห่ง จึงเป็นเรื่องยากที่คณะสงฆ์จะดูแลวัดต่างๆ เหล่านั้นได้อย่างทั่วถึง และกำลังมีปัญหาเรื่องการปกครองวัดสาขาสำนักสงฆ์ และสำนักปฏิบัติธรรม เนื่องจากไม่ยอมขึ้นตรงต่อการปกครองของคณะสงฆ์จังหวัดนครราชสีมา เมื่อมีการประชุม ชี้แจงกฎระเบียบต่างๆ หรือการเข้าร่วมกิจกรรมของคณะสงฆ์จังหวัดก็จะไม่เข้าร่วมด้วย นอกจากนี้หากมีการประพฤติปฏิบัติตนผิดวินัย ก็ไม่สามารถเรียกมาว่ากล่าวตักเตือนได้ โดยอ้างว่าเป็นวัดสาขาของวัดนั้นๆ ต้องเป็นผู้มีอำนาจของวัดต้นสังกัดเท่านั้นที่จะสั่งการได้ ทำให้การปกครองคณะสงฆ์มีปัญหามาก ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ของวงการปกครองคณะสงฆ์ ที่มหาเถระสมาคมต้องหาทางแก้ปัญหา เพราะในระเบียบของการตั้งวัด ไม่เคยมีเรื่องของการตั้งสาขาระบุไว้

 

ส่วนกรณีของหลวงปู่เณรคำนั้น ก็เคยเดินทางมาแสดงธรรมที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นประจำทุกปี ในช่วงเทศกาลวิสาขบูชา ซึ่งเป็นเทศกาลงานบุญที่จัดใหญ่ที่สุดของจังหวัดนครราชสีมา โดยครั้งล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว ได้เดินทางมาด้วยรถยนต์โรลส์รอยซ์คันหรู และมีรถนำขบวนกว่า 20 คัน ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสมของสมณะเพศ รวมทั้งเรื่องของการแสดงธรรมแต่ละครั้ง ก็มีการพูดอวดอุตริมนุษยธรรมอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นต่อไปนี้ทางคณะสงฆ์จังหวัดนครราชสีมา จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาหนึ่งชุด เพื่อทำการตรวจสอบพฤติกรรมของพระสงฆ์เหล่านี้ พร้อมทั้งเตรียมสั่งการให้เจ้าคณะอำเภอทั้ง 32 อำเภอ ทำการตรวจสอบสาขาของวัดต่างๆ เพื่อรวบรวมข้อมูลและหลักฐาน นำเข้าสู่ที่ประชุมมหาเถระสมาคม และจะตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้กับมหาเถระสมาคม ว่าจะแก้ไขปัญหาการตั้งสาขาของวัดเหล่านี้อย่างไร เพื่อไม่ให้การปกครองคณะสงฆ์มีปัญหาเหมือนปัจจุบัน

 

ข่าว : คมชัดลึก

27 มิถุนายน 2556


 

 

เผยโฉม !

"นายวิรพล สุขผล"

 

แต่..อ๊ะๆ พระอรหันต์มีบัตรประชาชนด้วยนะ

ทำไว้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2553 สามปีมาแล้วจ๊ะ

หัวหมอนะไอ้หมอนี่ เตรียมหนีตั้งแต่ 3 ปีมาแล้ว

 

 

บัตรประจำตัวประชาชนของพระอรหันต์ ไหนๆ ก็ไม่ได้มาเกิดอีกแล้ว เป็นมันซะเลย ทั้งพระ ทั้งเณร ทั้งนาย

 


 

เปิดหนังสือและสังกัดบักเณรคำ

"วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ"

ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

ไม่ใช่วัดป่าขันติธรรม ศรีสะเกษ นะจ๊ะโยม

 

วันนี้ (26 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้ทำการตรวจสอบหนังสือสุทธิ ซึ่งเป็นหนังสือสำคัญ อันแสดงความบริสุทธิ์แห่งสมณเพศ ของพระภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนา แสดงสังกัดคณะและสังกัดวัด ของพระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ พบหนังสือสุทธิเลขที่ 17/2547 ลงวันที่ 12 เม.ย.2549 ลงนามโดยพระราชธรรมโกศล เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี (ธ) ระบุรายละเอียดว่า หลวงปู่เณรคำสังกัดวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย.2549 จนถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกันยังพบว่า หลวงปู่เณรคำ ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชน ที่ฝ่ายทะเบียนราษฎร์ ที่ว่าการอำเภอพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ในชื่อ นายวิรพล สุขผล ระบุที่อยู่บ้านเลขที่ 158 หมู่ 10 ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2553

 

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า อาจไม่เป็นไปตามระเบียบราชการ เพราะหนังสือกรมการปกครอง ที่ มท 0309.2/ว 7552 ลงวันที่ 26 มิ.ย.2550 เรื่อง แนวทางปฏิบัติกรณีพระภิกษุสามเณร ขอมีบัตรประจำตัวประชาชน ระบุชัดว่า หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วปรากฏว่า สำเนาทะเบียนบ้านที่พระภิกษุสามเณรนำมาแสดง เป็นสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน ให้แนะนำพระภิกษุสามเณร ให้แจ้งย้ายที่อยู่จากทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน เข้าทะเบียนบ้านฉบับของวัด แล้วขอให้แก้ไขคำนำหน้านาม หรือสมณศักดิ์ โดยวงเล็บชื่อตัว ชื่อสกุล ต่อท้ายสมณศักดิ์ ให้ถูกต้องตรงกันกับที่ระบุ ในหนังสือสุทธิของพระภิกษุสามเณร แล้วจึงจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนให้

 

ข่าว : เดลินิวส์

27 มิถุนายน 2556


 

 

เล่นลิ้น !

 

พระธรรมฐิติญาณสะบัดสำนวนอริยะ

"ถ้า..ถือว่า ถ้าไม่..ไม่ถือว่า"

 

แหมสำนวนเทศน์แบบนี้น่าจะได้รถใหม่ป้ายแดงเป็นรางวัลอีกซักคันนะ บอกเลยครับท่าน บักเณรคำยินดีถวายอยู่แล้ว ถ้ารอดคดีคราวนี้ จะเอาเครื่องบินเจ๊ตก็ยังได้เลย เณรคำเปไม่อั้น !

 

 

พระธรรมฐิติญาณ (ศรีจันทร์)

 เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย จ.ร้อยเอ็ด เจ้าคณะภาค 10 ธรรมยุต

 

 

ภาพแห่งความสกปรกโสมมของคณะสงฆ์ธรรมยุตสายอีสาน

 

ภาพพระธรรมฐิติญาณ รับบรรณาการรถป้ายแดง และร่วมงานบักเณรคำต่างกรรมต่างวาระกัน เป็นหลักฐานที่ยืนยันชัดเจนว่า "พระธรรมฐิติญาณมีส่วนได้ส่วนเสียในคดีเณรคำ" แต่สมเด็จพระวันรัตก็ยังตั้งให้เป็นประธานกรรมการสอบสวน จึงสะบัดสวน "แถ" ออกมาอย่างหน้าด้านๆ ผ่านสื่อ หุหุ ไม่น่าเชื่อนะ ว่ากินข้าวมาจนหัวหงอกหัวขาว ไม่รู้เลยหรือว่าอะไรคือธรรม อะไรคือวินัย รู้แต่ว่า "รถใหม่ราคาเท่าใด-ใครให้กู" เท่านั้นเองหรือ โอ้หนอ คณะธรรมยุติกนิกายของในหลวง ร.4 ที่ทรงอุตส่าห์สร้างขึ้นมา เพื่ออภิวัฒน์พระพุทธศาสนา วันนี้กลับกลายเป็นตัวทำลายพระพุทธศาสนาเองซะแล้ว เพราะแค่เอาพระธรรมฐิติญาณซึ่งรับส่วยจากบักเณรคำมาเป็นประธานสอบ มันก็ผิดหลักการทางกฎหมายแล้ว อย่านับถึงพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนาเลย ความจริงแล้ว พระธรรมฐิติญาณต้องถูกดำเนินคดีในฐานะ "สมรู้ร่วมคิดกับบักเณรคำ" ทำการฉ้อโกงประชาชน ด้วยซ้ำ วันนี้ คดีที่มีพระธรรมฐิติญาณเป็นประธานสอบนั้น ถือว่าเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น เพราะเอาคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียในคดีมาเป็นประธานสอบ มันก็โกงตั้งแต่ก่อนสอบสิฮะ เชื่อหรือว่างาช้างจะงอกออกจากปากสุนัข ?

 

 

ความคืบหน้าการเผยแพร่คลิปหลวงปู่เณรคำมีการเทศน์ว่า เห็นสวรรค์คุยกับพระอินทร์ว่าเข้าข่ายอวดอุตริมนุสธรรมเข้าขั้นอาบัติปาราชิกหรือไม่ วันนี้(วันที่ 26 มิ.ย.) พระธรรมฐิติญาณ (ศรีจันทร์) เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย จ.ร้อยเอ็ด ในฐานะเจ้าคณะภาค 10 ธรรมยุต ที่กำกับดูแลหลวงปู่เณรคำ กล่าวว่า กรณีคลิปหลวงปู่เณรคำ หรือพระวิรพล สุขผล เทศน์แล้วบอกว่าเห็นสวรรค์ คุยกับพระอินทร์ว่า เข้าข่ายอวดอุตริมนุสธรรมหรือไม่นั้น หากเห็นจริงก็ถือว่าไม่อวดอุตริฯ หากเห็นไม่จริงก็ถือว่า อวดอุตริฯ เหมือนกรณีหลวงตาบัว ท่านเห็นจริงรู้จริง นั้นถือว่า ไม่ได้อวดอุตริฯ ถ้าไม่รู้จริงแล้วพูดออกมาถือว่า อวดอุตริฯ ส่วนการตรวจสอบว่า เห็นจริงหรือไม่จริง ก็ต้องไปดูแนวทางปฏิบัติของหลวงปู่เณรคำประกอบว่าเป็นไปอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีการอวดอุตริมนุสธรรมมีโทษถึงขั้นไหน พระธรรมฐิติญาณ กล่าวว่า การอวดอุตริมนุสธรรม มีโทษถึงขั้นอาบัติหนัก คือ อาบัติปาราชิก ส่วนเรื่องเทศน์ทางคลิป หรือมีภาพรังสีแผ่ว่ามีบารมีสูงสุดของหลวงปู่เณรคำออกมานั้น หากทำได้จริงถือว่าไม่ผิด หากทำไม่ได้แต่ไปสร้างเรื่องว่าทำได้ถือว่าผิด ซึ่งการตรวจสอบก็ต้องดูแนวทางปฏิบัติของท่านว่า เป็นไปตามหลักของพระพุทธศาสนาหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า การพูดว่าตนเองเป็นพระอรหันต์ต่อประชาชนผิดหรือไม่ พระธรรมฐิติญาณ กล่าวว่า ถ้าท่านเป็นไม่ผิด หากไม่เป็นผิด แต่ในพระธรรมวินัยได้กำหนดไว้ว่า พระอรหันต์พูดกับพระภิกษุด้วยกันได้ แต่ห้ามพูดกับอนุปสัมบัน คือ คนที่ไม่เป็นพระ ถือว่าผิดพระธรรมวินัย ส่วนเรื่องการตั้งสำนักสงฆ์ของวัดป่าขันติธรรม จะใช้คำว่าสำนักสงฆ์ไม่ได้ ต้องใช้คำว่า ที่พักสงฆ์ หากยังไม่มีการขออนุญาตจัดตั้งให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่วัดป่าขันติธรรมเขียนไว้ว่า สำนักสงฆ์ อาจจะใช้ตามภาษานิยม ซึ่งเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะต้องอยู่ในระหว่างกระบวนการตรวจสอบอีกครั้ง

 

ข่าว : เดลินิวส์

27 มิถุนายน 2556


 

 

พรุ่งนี้ดีเดย์ !

2 เรื่องใหญ่เข้าคณะกรรมาธิการศาสนา

1. เซี่ยงเมียงเณรคำ ข้อหาหลอกลวงประชาชน

2. เซียงเมียงน้ำฝน ข้อหานำเข้ารถหรูหลบเลี่ยงภาษี

 

 

จับตา! 'กมธ.วุฒิฯ' ถก 'เณรคำ' 27 มิ.ย. นี้

 

26 มิ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2556 เวลา 14.00 น.คณะกรรมาธิการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของของพระสงฆ์ 2 กรณี ได้แก่ กรณีพระวิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) วัดป่าขันติธรรม จังหวัดศรีสะเกษ นั่งเครื่องบินเจ็ทมีภาพถ่ายนอนคู่กับสีกา และใช้สิ่งของมียี่ห้อราคาแพง และกรณีพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) วัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม มีรถยนต์ราคาแพง ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 310 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 3หมายนี้ถ้าจะเล่นเป็นข่าวก่อนได้

 

ข่าว : คมชัดลึก

26 มิถุนายน 2556


 

 

พระแก้วมรกตเหงา !

บักเณรคำเบี้ยวไม่มาห่มผ้าหน้าฝนซะแล้ว

 

บักเณรคำอ้าง "ติดกิจนิมนต์ฝรั่งเศส" มาร่วมงานไม่ได้

 

หุหุ เรื่องตอแหลนี่ไม่มีใครเท่าไอ้อรหันต์กำมะลอตัวนี้เลยนะ ก็ขนาดงานวัดของตัวเองแท้ๆ วางกำหนดการไว้ตั้งนาน แต่มันกลับบอกว่า "มีกิจนิมนต์สำคัญกว่า" กลัวถูกนิมนต์เข้าห้องขังมากกว่ามั๊ง ถ้างั้นก็ให้มันอยู่ฝรั่งเศสไปจนถึงชาติหน้าเลย

 

 

อ้างยังติดกิจนิมนต์ที่ฝรั่งเศส "หลวงปู่เณรคำ" เลื่อนบินกลับ ไทยไม่มีกำหนด ส่ง "หลวงปู่ปานขาว" เป็นประธานพิธีห่มผ้าหน้าฝนพระแก้วมรกตจำลองที่วัดป่าขันติธรรมแทน โวอาจมีอภินิหารเจ้าสำนักนั่ง ฮ.มาลงที่วัดในวันงานก็ได้ บุกสำรวจสาขาวัดสระแก้ว พบชาวบ้านรื้อถอนป้ายสาขาไปแล้ว เตรียมตั้งวัดใหม่ ยื่น ปปง.ตรวจสอบทรัพย์สิน-เส้นทางเงินพระดังพร้อมลูกศิษย์

 

"เณรคำ" ไม่มาพิธีห่มผ้าพระแก้ว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. ที่สำนักสงฆ์ป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ พระครูภาวนาวรธรรมวิเทศ หรือหลวงพ่อปานขาว เจ้าอาวาสวัดโพธิญาณาราม ประเทศฝรั่งเศส พร้อมนายสุขุม วงประสิทธิ ประธานองค์กรเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม ศิษย์พระวิรพล สุขผลหรือหลวงปู่เณรคำ และคณะ ร่วมกันเปิดแถลงข่าว

พระครูภาวนาวรธรรมวิเทศ กล่าวว่า ตามที่วัดป่าขันติธรรม จะจัดพิธีห่มผ้าฤดูฝน พระแก้วมรกตจำลอง องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ใน วันที่ 27-30 มิ.ย.นี้ หลวงปู่เณรคำมีหนังสือสั่งการให้อาตมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพุทธ ศาสนิกชน และประชาชนทั่วไปร่วมกันห่มผ้าฤดูฝนแด่พระแก้วมรกตจำลองแทน ส่วนหลวงปู่เณรคำตอนนี้อยู่ที่วัดโพธิญาณาราม ประเทศฝรั่งเศส แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่กลับมา แต่ยังไม่ชัดเจน ถ้าเผื่อมีกิจนิมนต์ที่ประเทศฝรั่งเศสต่ออีกก็จะยังไม่กลับ

"ไม่แน่ถ้าเผื่อมีอภินิหารวันนั้นอาจจะมีเฮลิคอปเตอร์พาหลวงปู่มาลงที่นี่ในวันที่ 30 มิ.ย. ก็ได้" หลวงพ่อปานขาวกล่าว

นายสุขุมแถลงว่า ตามภาพที่ได้มีการเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต เป็นภาพที่ตัดต่อขึ้นมา ภาพการขึ้นเครื่องบินส่วนตัวตามที่มีการกล่าวอ้างนั้น เป็นเครื่องบินเช่าเหมาลำของบริษัทเอ็มเจ็ท ส่วนภาพการขึ้นเฮลิคอปเตอร์ก็เป็นเครื่องเช่าเหมาลำของบริษัทบางกอกเฮลิคอปเตอร์ ที่กัปตันขอทำสติ๊กเกอร์ไปติดเพื่อเป็นมงคล เรื่องกระเป๋าหลุยส์วิตตองและเครื่องใช้อื่นๆ มีผู้ถวายให้ ไม่ได้ถือใช้เป็นอาจิณจนกระทั่งไม่เหมาะสมตามที่กล่าวหา
 

 

"เอาโฉนดวัดคืนมา"

ยายลอนให้เวลา 15 วัน ไม่งั้นจะไปขอออกฉบับใหม่

เผยโฉนดที่ดินตั้งวัด-รวม 63 ไร่

เมื่อเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่สำนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ สาขาอ.กันทรารมย์ เพื่อสอบถามถึงที่มาที่ไปที่ดินของวัดป่าขันติธรรม โดยนายสุมนชาติ ธีระสูตร เจ้าพนักงานที่ดินได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบเอกสารโฉนดที่ดินของวัด ก็พบว่าที่ดินของวัดทั้งหมดมีอยู่ประมาณ 63 ไร่

นายสุมนชาติ ธีระสูตร เจ้าพนักงานที่ดิน เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบตามแผนที่ระวางแล้ว ที่ดินของวัดป่าขันติธรรม มีเนื้อที่ทั้งหมด 63 ไร่ 3 งาน 26 ตารางวา โดยแยกเป็น 12 แปลง มีโฉนดชื่อของนางลอน มนัส รวมทั้งหมด 5 แปลง เนื้อที่ 12 ไร่ 3 งาน 19 ตารางวา ชื่อของนายสุตีย์ วุฒิยาสาร น.ส.ฐิติยา วุฒิยาสาร และน.ส.เบญจมาภรณ์ วุฒิยาสาร โฉนดมี 3 ชื่อ จำนวน 2 แปลง เนื้อที่ 14 ไร่ 3 งาน 12 ตารางวา และชื่อนางทองมี วุฒิยาสาร จำนวน 2 แปลง เนื้อที่ 9 ไร่ นอกจากนั้นเป็นที่ดินของคนอื่นๆ

"ยายลอน" ขอโฉนดคืนใน 15 วัน

ด้านนางลอน มนัส กล่าวว่าเมื่อช่วงประมาณ 6 ปีที่ผ่านมา หลวงปู่เณรคำ แจ้งให้ตนนำเอาโฉนดทั้งหมดไปให้ โดยแจ้งว่าจะเก็บโฉนดเอาไว้เองจึงได้นำเอาโฉนดที่เป็นชื่อของตน จำนวน 3 ฉบับ ถวายให้หลวงปู่เณรคำโดยตรง แต่ว่าไม่ได้เซ็นมอบอำนาจให้หลวงปู่เณรคำแต่อย่างใดจนถึงบัดนี้ หลังจากที่หลวงปู่เณรคำได้โฉนดไปแล้วก็ไม่ได้ดำเนินการสร้างวัดแต่อย่างใด ดังนั้น ตนกับครอบครัวญาติพี่น้อง จึงมีความประสงค์ที่จะขอโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับคืนเพื่อที่จะได้นำเอามาประกอบหลักฐานในการขอตั้งวัดให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป โดยขอให้หลวงปู่เณรคำนำโฉนดของตนทั้ง 3 ฉบับมาคืนให้ตนภายใน 15 วัน คือภายในวันที่ 11 ก.ค. 2556 หากไม่นำเอามาคืนภายในกำหนด จะถือว่าโฉนดสูญหายทั้งหมดและจะดำเนินการตามกฎหมายเพื่อขอโฉนดแทนใบเดิมต่อไป

 

 

 

"ไม่เหมาะครับ ไม่เหมาะ"

นพรัตน์จีบปากจีบคอ

"พระไม่เหมาะเป็นพรีเซนเตอร์"

 

ทำได้แค่นั้นจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ

 

พศ. ชี้ไม่เหมาะ-เป็นพรีเซ็นเตอร์

วันเดียวกัน นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีหลวงปู่เณรคำเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาเครื่องฟอกอากาศ ชักชวนญาติโยม ให้ซื้อไปถวายพระ ว่า ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการนำรูปภาพพระรูปดังกล่าวที่มีความประพฤติไม่เหมาะสมมาเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตอย่างมากมาย จนกลายเป็นข่าวฮือฮาสร้างความเสียหายแก่วงการสงฆ์เป็นอย่างยิ่ง สำหรับคลิปหลวงปู่เณรคำเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาเครื่องฟอกอากาศ ตนยังไม่ได้ดู จึงไม่ทราบรายละเอียด คงต้องไปดูเพื่อให้ทราบถึงที่มาเสียก่อน แต่สำหรับพระสงฆ์การเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสินค้า คงจะไม่เหมาะสมเท่าใดนัก คงต้องขอวิงวอนให้ชาวพุทธใช้วิจารณญาณในการชมภาพต่างๆ ที่เผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต ซึ่งอาจจะเกิดผล กระทบต่อศรัทธาประชาชนได้

นายนพรัตน์กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบหลวงปู่เณรคำ ว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องอื้อฉาวของหลวงปู่เณรคำ พศจ.ศรีษะเกษ ได้ติดตามเรื่องราวอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการให้นายวิรอด ไชยวรรณา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีษะเกษ รายงานความคืบหน้าที่เกิดขึ้นเป็นระยะ รวมทั้งได้สั่งการให้เข้าไปช่วยเหลือคณะกรรมการสอบ สวนข้อเท็จจริงหลวงปู่เณรคำ ที่เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต แต่งตั้งขึ้น ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องในวงการคณะสงฆ์และมีเรื่องเงินเป็นจำนวนมากเข้ามาเกี่ยวข้อง คงต้องใช้เวลาตรวจสอบอีกระยะหนึ่ง

 

ข่าว : ข่าวสด

26 มิถุนายน 2556


 

 

 

ไม่อาวเณรคำแล้ว !

ชาวสระแก้วรื้อป่ายสาขาวัดป่าขันติธรรม

สาขาอื่นก็คงจะทยอยรื้อเรื่อยๆ ไปจนถึงฝรั่งเศส

 

 

400 สาขา ไม่มีที่จอดเลยลูกพี่ มีแต่ที่ลาดยาว

เห็นทีต้องกลับฝรั่งเศสซะแย้ว

 

สระแก้วรื้อป้ายสาขาขันติบารมี

เมื่อเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังสำนักสงฆ์วัดป่าขันติบารมี สาขาที่ 201 ม.18 ต.ทุ่งมหาเจริญ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว พบว่าด้านหน้าไม่มีป้ายชื่อแต่อย่างใด พบเพียงพระเรืองฤทธิ์ อินทวังโส ผู้ดูแล จากการสอบถามทราบว่าสำนักสงฆ์แห่งนี้ เดิมชื่อวัดป่าขันติบารมี สาขาที่ 201 จริง แต่ตอนนี้ที่เป็นข่าวอื้อฉาวออกมา ชาวบ้านได้พากันมาปลดป้ายชื่อลง สำนักสงฆ์แห่งนี้มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 10 ไร่เศษ ทั้งวัดมีอาตมาและสามเณร เพียง 2 รูปเท่านั้น

พระเรืองฤทธิ์เล่าว่า เมื่อปี 2552 มีชาวบ้านได้มอบที่ดินเพื่อสร้างเป็นวัด โดยมีอาตมาเป็นผู้ที่ริเริ่ม ผู้ที่มอบที่ดินแห่งนี้คือนายกฤษณา เสาวบุตย์ เจ้าของที่ดิน ก็ได้ไปเจอกับหลวงปู่เณรคำ จึงเกิดศรัทธาขึ้น พร้อมได้นิมนต์ให้หลวงปู่เณรคำมาเปิดสาขาที่วัดแห่งนี้ และเมื่อปลายปี 2552 หลวงปู่เณรคำก็มาโดยเฮลิคอปเตอร์ลงที่หน้าวัด มีลูกศิษย์ลูกหา ติดตามมาเป็นจำนวนมาก ต่อมาปี 2553 ก็กลับมาทอดผ้าป่าอีกครั้ง และเปิดป้อมตำรวจบริเวณสี่แยกบ้านคลองใหญ่ ครั้งนั้นมารถเป็นขบวนยาว ลูกศิษย์มากมายเช่นเดิม

"ต่อมาอาตมาเห็นว่าระยะหลังชักไม่ค่อยดีแล้ว ลูกศิษย์แบ่งแยกกันโดยมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงได้ลาออกไปจำพรรษาที่วัดอื่นตั้งแต่ปลายปี 2553 แล้ว ครั้งนั้นพระสุทธิ ปัญญาธโร ขึ้นเป็นพระประธานสำนัก สงฆ์แห่งนี้ต่อ ต่อมา กลางปี 2555 ชาวบ้านก็กลับมานิมนต์อาตมากลับมาอยู่ดูแลวัดเช่นเดิม สำหรับสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดภายในวัดแห่งนี้ ก่อสร้างมาตั้งแต่อาตมาอยู่เก่าแล้ว ก็ยังไม่เห็นหลวงปู่เณรคำนำปัจจัยอะไรมาสร้างวัดแห่งนี้เลย" พระเรืองฤทธิ์ระบุ

ไม่เอาแล้วเณรคำ-ตั้งชื่อวัดใหม่

ด้านนายชนะ พันธ์สิง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 18 บ้านแสนสุขกล่าวว่า ตั้งแต่แรกๆหลวงปู่เณรคำบอกจะมาสร้างวัด สร้างถาวรวัตถุ เวลาวันงานในครั้งนั้นได้จำหน่ายวัตถุมงคลมากมาย ลูกศิษย์ลูกหา ต่างมาทำบุญ ก็ไม่เห็นท่านจะนำเงินมามอบให้วัดเลย เอาไปหมด กุฏิหลังไม้สักหลังนี้ก็เป็นเงินของชาวบ้านแถวนี้ทั้งนั้น ศาลารวมใจ ก็เงินทอดกฐินผ้าป่าของชาวบ้าน ตนเห็นแต่แรกแล้วว่าท่านจะมาพูดแต่เรื่องหาเงินไปบำรุงที่วัดโน้นเพื่อจะสร้างพระแก้วมรกต และจะยกยอแต่คนมีเงินเท่านั้น จะเข้าหาได้ง่าย พอตนพูดมากกรรมการวัดเลยแตก อีกทั้งยังจะขับตนออกจากผู้ใหญ่บ้านทีเดียว อีกอย่างที่ชาวบ้านไม่ค่อยพอใจคือ เวลามีงานบุญ สงกรานต์ เข้าพรรษา ออกพรรษา พระสุทธิ ปัญญาธโร ที่หลวงปู่เณรคำแต่งตั้งเป็นประธานสงฆ์ ก็ไม่ค่อยจะอยู่วัด จะเดินทางไปแต่วัดใหญ่ ชาวบ้านจะมาทำบุญ ก็ไม่มีพระ ชาวบ้านจึงเริ่มเสื่อมศัทธาหลวงปู่เณรคำ ซึ่งท่านมาเพียง 3 ครั้งเท่านั้น ตั้งแต่ปลายปี 2553 ก็ไม่เคยเห็นมาอีกเลย พอมีข่าวของหลวงปู่เณรคำชาวบ้านเลยกลับมาดีกันและได้พากันไปปลดป้ายออก โดยจะประชุมชาวบ้านและกรรมการวัดอีกครั้ง เพื่อที่จะตั้งชื่อวัดแห่งใหม่ พร้อมทั้งจะดำเนินการยื่นเรื่องเพื่อขอเป็นวัดที่ถูกต้องต่อไป
 

 

ข่าว : ข่าวสด

26 มิถุนายน 2556


 

 

เส้นทางมหาปูชนียาจารย์สะดุด !

 

ชาวบางปลานครปฐมประท้วงไล่ธรรมกาย

ไม่ให้สร้างวิหารตั้งรูปหล่อหลวงพ่อสด

 

เนื้อทองคำหนัก 1 ตัน

 

 

วัดบางปลา จังหวัดนครปฐม

 

 

แผนที่และแผนการณ์ติดตั้งรูปหล่อหลวงพ่อสดทองคำ

แต่บัดนี้ขาดสะบั้นไปเส้นทางหนึ่งแล้ว

 

 

แบบวิหารคดหลวงพ่อสดวัดบางปลา

 

เผยแผนอุบาทว์ธรรมกาย ทุบวิหารอดีตเจ้าอาวาสวัดบางปลาทั้ง 7 องค์ทิ้ง แล้วสร้างมหาวิหารคด นำเอารูปหล่อหลวงพ่อสดทองคำไปตั้งแทน เหยียบย่ำน้ำใจชาวบางปลา คิดว่าทองคำซื้ออะไรก็ได้มั๊ง

 

ถ้าหลวงพ่อสดยังมีชีวิตอยู่ และได้ดูโครงการอุบาทว์ของธัมมชโยเช่นนี้ คงจะเสียใจ และตะโกนบอกว่า "กูไม่ไปๆ"

 

 

ยุ่งละซีฮะ แล้วจะเอาหลวงพ่อสดทองคำไปไว้ที่ไหน ?

งานนี้เห็นทีจะต้องออกธุดงค์ธรรมชัยรอบใหม่

 

ว่าแต่..ทองคำแท่งใหญ่ที่สุดในโลก หนักตั้งหนึ่งตัน วัดปากน้ำรวยล้นฟ้าก็ยังเอา แล้วชาวบางปลาจนๆ ไม่เอาเหรอ เสียดายนะ ประเดี๋ยวเจ้าคุณชวลิตกับเจ้าคุณเอื้อนก็แย่งกันหรอก เขาอยากได้กันจะตายไป ขนาดขายอุดมการณ์ก็ยังลงทุนมาแล้ว

 


 

จาก..หนองหานโมเดล สู่..บางปลาโมเดล

 

พระพุทธศาสนาในเมืองไทยอยู่กันมาหลายพันปี ตั้งแต่หลวงพ่อสดยังไม่เกิด เราอยู่กันมาได้โดยไม่มีธรรมกาย

 

 

No Dhamakaya !

ชาวบางปลาต่อต้านสร้างมหาวิหารหลวงพ่อสด

 

ชาวบ้าน ต.บางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม นับพันคนเดินขบวนคัดค้านการสร้าง พระวิหารคดและวิหารประดิษฐานสร้างตามเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ ที่วัดบางปลา จนต้องมีการประชุมประชาคมโดยหารือนานกว่า 2 ชม.จึงได้ข้อยุติว่า จะยังไม่มีการก่อสร้าง เมื่อได้รับคำตอบเป็นที่พอใจ และชาวบ้านจึงเดินรอบวิหารหลวงพ่อทั้ง 7 จำนวน 3 รอบ จึงแยกย้ายกลับ...

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 มิถุนายน 2556 ที่วัดบางปลา ต.บางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม ได้มีการจัดประชุมและประชาวิจารณ์ การสร้างพระวิหารคดและวิหารประดิษฐาน ตามเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ โดยมีพระสงฆ์ตัวแทนจากวัดพระธรรมกายจำนวน 2 รูป พระครูปิยธรรมพิมล เจ้าอาวาสวัดบางปลา เมื่อถึงเวลานัดประชุมประชาคม ชาวบ้านกว่า 1,000 คน เข้าร่วมเดินขบวน พร้อมถือป้ายการคัดค้าน จนในที่สุดไม่ได้มีการประชุมและประชาคม เพราะชาวบ้านยืนยันว่าไม่ว่าจะประชาคมหรือไม่ยังไงก็ไม่ยินยอมให้มีการ ก่อสร้างวิหารคดและวิหารประดิษฐาน

พระครูปิยธรรมพิมล เจ้าอาวาสวัดบางปลา กล่าวว่า อยากให้ญาติโยมทำใจเป็นกลาง ในการตัดสินใจ ในเมื่อประชาชนในตำบลไม่ยินยอม ในฐานะที่เป็นเจ้าอาวาสต้องให้ชาวบ้านเป็นผู้ตัดใจ

 

ด้าน นายไพโรจน์ เวชอาภรณ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 แกนนำชาวบ้านที่ออกมาคัดค้านการก่อสร้าง พระวิหารคดและวิหาร ประดิษฐาน เปิดเผยว่า วัดบางปลาเป็นวัดราษฎร์ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2272 เป็นวัดเก่าแก่เกิดขึ้นก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ดังนั้น ถ้าจะประมาณอายุจากวิหารเก่าแก่ และจากเอกสารบางอย่างที่เกี่ยวกับอายุของวัด คือ นิราศของสุนทรภู่ ที่ได้กล่าวไว้ตอนล่องเรือผ่านมาทางปากคลองบางปลา สันนิษฐานได้ว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายช่วงต้นรัตนโกสินทร์ เนื่องจากพื้นที่ตั้งวัดอยู่ติดกับแม่น้ำนครชัยศรี และคลองบางปลา (ปากคลอง) ชาวบ้านจึงมักเรียกว่าวัดบางปลาจนติดปาก จนปัจจุบัน โดยมีวิหารหลวงพ่อทั้ง 7 ที่ชาวบ้านกราบไหว้ เป็นของเก่าแก่ของตำบล และจะไม่ยอมให้ทุบรื้อถอน วิหารหลวงพ่อทั้ง 7 ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดบางปลา กุฏิ 3 หลัง หอฉัน 1 หลัง ให้มีการก่อวิหารคดและวิหารประดิษฐานสร้างตามเส้นทางมหาปูชนียาจารย์เกิด ขึ้นแน่นอน

ขณะที่ พระสงฆ์ตัวแทนวัดธรรมกาย (ไม่เปิดเผยชื่อ) กล่าวว่า ที่เดินทางในวันนี้เพื่อจะเดินทางมารับฟังเสียงตอบรับจากชาวบ้านในการการสร้างวิหารคดและวิหารประดิษฐานที่วัดบางปลา และทำให้ตนรู้สึกผิดต่อพระพุทธศาสนาที่ทำให้เกิดปัญหา อย่างไรก็ดีก็ต้องยอมรับและรับฟังการตัดสินใจของชาวบ้าน

ส่วน นางจรูญ อินทร์ทัดตา อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 ม.6 ต.บางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม กล่าวว่า ตนรู้สึกไม่สบายใจที่จะมีการรื้อสิ่งปลูกสร้างภายในวัด เพราะตนเกิดและโตมาที่ ต.บางปลา จึงไม่เห็นด้วยในการก่อสร้างดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเวลาผ่านไปกว่า 2 ชม. จึงได้ข้อยุติว่า จะยังไม่มีการก่อสร้าง และพูดคุย จากนั้นชาวบ้านยินยอมจนเป็นที่พอใจและเดินรอบวิหารหลวงพ่อทั้ง 7 จำนวน 3 รอบ จึงแยกย้ายกลับ.

 

ข่าว : ไทยรัฐ

26 มิถุนายน 2556


 

 

ตะลึง !

บักเณรคำจ่อออกเหรียญมอมเมาประชาชนเพียบ

ชื่อสุดเท่ห์

"รวยไม่มีเหตุผล"

ปล่อยของล็อตนี้หมดก็สบายไปอีกสิบชาติ

แบบว่าไม่ต้องกลับมาเกิดอีกเลย

 

 

รวยไม่มีเหตุผล = ซวยไม่มีเหตุผล

 

 

 

 

เปิดจองด่วน ช้าอาจหมดตัว !

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

25 มิถุนายน 2556


 

 

สมบัติเณรคำกระจาย !

 

สอบพบสมบัติพันล้าน "เณรคำ" ตกอยู่ในมือกลุ่มศิษย์ใกล้ชิด แปลว่า.. ถ้าบักเณรคำมีอันเป็นไป ก็กลายเป็นของลูกศิษย์ไป เพราะอ้างว่า เป็นของลูกศิษย์เอาไว้ถวายพระอาจารย์ใช้ แล้วจะมีปัญญาอะไรไปทวงคืนให้แก่วัดหรือผู้บริจาค งานนี้แหละ แสดงให้เห็นว่า ลำพังตัวบักเณรคำกำมะลอนั้นไม่อันตรายเท่าใดนักหรอก เป็นแต่เพียง "หุ่นเชิด" ของขบวนการนรกที่ต้มตุ๋นชาวไทยทั่วประเทศเท่านั้น มิน่า นับตั้งแต่เกิดปัญหาขึ้นมา ยังไม่เคยเห็นหน้าบักเณรคำโผล่มาให้สัมภาษณ์เลย มีแต่สมุนหน้าโจรเท่านั้นที่กระเหี้ยนกระหือรือโต้ข่าววันละสามเวลา กลัวบักเณรคำตายก่อนละสิท่า เพราะถ้าอาจารย์เป็นอะไรไป โครงการพันล้านที่กะจะโกงประเทศไทยให้พุงกางของขบวนการเปรตนี้ก็จะอวสานลงทันที

 

นี่คือความจริงที่รัฐบาลไทยต้องเปิดหน้ากากออกมาให้จงได้ ไม่ว่าไอ้-อีพวกนี้จะเป็นสีใดก็ตาม !

 

 

 

เรารักเณรคำ เพราะเณรคำทำให้เรารวย

 

 

 

ดร.อำนาจ บัวศิริ

รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

 

ดร.อำนาจ รอง ผอ.สำนักพุทธฯ ระบุ "สอบสมบัติเณรคำยาก เพราะมีนอมินีถือครองไว้หมด" แปลว่า ถึงรู้ก็ทำอะไรไม่ได้..

 

นายอำนาจ บัวศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ได้รับรายงานจากทางสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ศรีสะเกษ ว่าขณะนี้จะต้องรอให้หลวงปู่เณรคำเดินทางกลับมาจากต่างประเทศก่อนจึงจะสอบสวนรายละเอียดได้ เนื่องจากเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ และได้รับความสนใจจากประชาชน จึงต้องมีการสอบถามข้อเท็จจริงจากฝ่ายของหลวงปู่เณรคำด้วย เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่รอบด้าน แต่ตนคิดว่าคงเป็นเรื่องยากพอสมควรที่จะเอาผิดกับฝ่ายของหลวงปู่ได้ครบทุกประเด็น เนื่องจากหลายเรื่องพบว่าหลักฐานอ่อนมาก เช่น เรื่องการครอบครองรถหรูนั้น คณะกรรมการที่สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติตั้งขึ้นมา ตรวจสอบพบว่าลูกศิษย์ของหลวงปู่เป็นผู้ถือครอง จึงไม่สามารถเอาผิดกับหลวงปู่ได้ รวมถึงเรื่องเส้นทางการเงินที่ตรวจสอบได้ยาก เพราะขณะที่ประชาชนบริจาคไม่ได้มีการบันทึกเอาไว้ว่ามีเงินเข้า-ออกจากบัญชีเท่าไหร่ และคาดว่าอาจจะแยกกันไว้หลายบัญชีอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ดินที่มีข่าวว่า นางลอนเจ้าของที่ดินออกมาระบุว่าได้บริจาคที่ดินเพื่อใช้สร้างวัดให้แก่หลวงปู่เณรคำ ซึ่งบัดนี้ได้ผ่านมาร่วม 10 ปีแล้ว เรื่องนี้เจ้าของที่ดินมีสิทธิ์ที่จะขอที่ดินคืน เพราะเลยเวลาการขออนุญาตสร้างวัดแล้ว แต่หากเจ้าของที่ดินหรือทางสำนักสงฆ์ขันติธรรมจะดำเนินการสร้างวัดขึ้นมาใหม่ จะต้องยื่นเรื่องเพื่อขออนุญาตใหม่อีกครั้ง โดยที่ดินดังกล่าวนั้นยังไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของทางฝ่ายหลวงปู่เณรคำแต่อย่างใด เพราะคณะกรรมการได้ตรวจสอบแล้วพบว่ายังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์จากเจ้าของเดิมคือนางลอน ส่วนเรื่องที่มีการขู่เอาชีวิตจากฝ่ายลูกศิษย์วัดนั้นคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจต่อไป

 

ข่าว : ไทยโพสต์

26 มิถุนายน 2556


 

 

โกง 30 ล้าน !

ศิษย์เณรคำแจ้งดำเนินคดีอดีตกรรมการวัด

 

อา..มหกรรม "ทุบทำลาย" พระแก้วใหญ่สุดในโลกเริ่มแล้ว ผลบุญที่ทำไว้กับอรหันต์กำมะลอนั้นมาถึงไวเหลือเกิน ไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้าก็เห็นทันตา !

 

 

พระอินทร์เสด็จมาอาราธนาให้หลวงปู่สร้าง

ก็จึงไม่ต้องขออนุญาตสำนักพระราชวัง

เพราะใครจะใหญ่กว่าพระอินทร์ จริงไหมโยม ?

 

ทำไปเถิดโยม เพราะไม่ว่าใครแจ้งความจับใคร มันก็ทำในนามวัดป่าขันติธรรมทั้งสิ้น มีอรหันต์เณรคำเป็นผู้ริเริ่มโครงการ (ตามที่ได้นิมิตในญาณโตงเตง) รอดูพรุ่งนี้ มะรืนนี้ ก็ต้องมีอีกฝ่ายออกมาแจ้งความกลับกรรมการชุดใหม่ เพราะเชื่อแน่ว่า มันต้องกินกันทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ ฝ่ายเณรคำนั้นยิ่งหนักหนากว่า เพราะครอบครองเงินบริจาคมหาศาล รวมทั้งการตั้งบริษัทขายพระเครื่องไว้ที่สมุทรสาครอีกต่างหาก นี่แหละคือจุดจบของบักเณรคำอย่างแท้จริง เพราะเป็นสิ่งที่แสดงให้ชาวโลกเห็นว่า "ไอ้ที่อ้างๆ ว่าเป็นผู้วิเศษมหัศจรรย์อะไรต่างๆ นั้น ล้วนเป็นสิ่งตอแหลทั้งสิ้น เพราะแค่การเงินยังไม่สามารถควบคุมได้ นับประสาอะไรกับเรื่องสวรรค์นิพพาน มันเหลวไหลทั้งเพ"

 

 

ศิษย์หลวงปู่เณรคำเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กล่าวหาอดีตกรรมการฝ่ายการเงินวัดป่าขันติธรรม ยักยอกเงินกว่า 30 ล้าน...

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. 56 ที่ สภ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นายเทพพนม นามดี อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 ม.16 ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ และนายธีรสิทธิ์ แก้วขาว อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 678 ม.17 ต. นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.ภิรมย์ ยศอาลัย พงส.สภ.กันทรารมย์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายโกวิทย์ โกมณเฑียร กรรมการฝ่ายการเงินของมูลนิธิส่งเสริมคุณธรรมและคุณภาพชีวิต วัดป่าขันติธรรม พร้อมพวก ในข้อหายักยอกทรัพย์ของมูลนิธิฯ

นายเทพพนม กล่าวว่า เนื่องจากมูลนิธิส่งเสริมคุณธรรมและคุณภาพชีวิตวัดป่าขันติธรรมได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2555 เมื่อปลายปี 2555 ปรากฏว่า นายโกวิทย์ไม่สามารถชี้แจงงบการเงินของมูลนิธิฯ ได้ นอกจากนั้น นายโกวิทย์พร้อมพวกยังมีพฤติกรรมไม่สุจริต ร่วมกันยักยอกเงินของมูลนิธิฯ ไปเป็นของตนเอง เช่น การปลอมลายเซ็นประธานมูลนิธิฯ ไปเบิกเงินธนาณัติ และธนาคาร, จัดซื้อวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ต่างๆ ราคาเกินจริง ซึ่งทำให้มูลนิธิฯ เสียหายไปกว่า 30 ล้านบาท ดังนั้น ตนจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับนายโกวิทย์พร้อมพวก ในข้อหายักยอกทรัพย์ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

 

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนั้นจะมีการเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำเพื่อดำเนินการต่อไป

 

ข่าว : ไทยรัฐ

26 มิถุนายน 2556


 

 

บักเณรคำเลื่อนกลับไทย !

สมุนอ้าง "ติดกิจนิมนต์อื้อ"

ติดกิจนิมนต์อื้อหรือติดคดีอื้อฮะ ?

 

อา..อรหันต์ผู้เหาะเหินเดินอากาศได้เป็นองค์แรกในประเทศไทย ต้องอาศัยหมอดูช่วยชี้นำเสียแล้ว ว่าถ้ากลับไทยในตอนนี้จะมีอะไรเกิดขึ้น จะได้เข้าวัดป่าขันติธรรมไหม หรือจะเข้าซังเตแทน แต่ที่แน่ๆ ความเป็นพระอริยะระดับอรหันต์ที่ตอหลดตอแหลมานานหลายปีนั้น โบยบินไปแบบกู่ไม่กลับแล้ว ถึงกลับไทยในวันนี้ก็ไม่มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อีกต่อไปแล้ว จะมีแต่ภาพอรหันต์เดินคอตกขึ้นศาล วันๆ วุ่นอยู่กับการอ่านสำนวนฟ้อง อีกด้านหนึ่งก็จะมีทีมทนายซึ่ง "ชอบคนมีเงิน" เดินเข้าหา ทำการไถบักเณรคำจนหมดเนื้อหมดตัว อรหันต์หน้าละอ่อนแบบนี้แหละ เสือสิงห์กระทิงแดงเมืองไทยช็อบชอบ เพราะวันนี้ก็ "เปหนัก" แล้ว ต้องจ่ายรอบวงตั้งแต่ศรีสะเกษยันปารีส เคยซื้อรถป้ายแดงให้พระเมืองไทย พระในอเมริกา ยังไง ก็ต้องจ่ายในปารีสยังงั้น เผลอๆ จะต้องจ่ายหนักกว่าเดิม เพราะปารีสเป็นเมืองแฟชั่น ของแพงมากๆ งานนี้ขอบอกเลยว่า "หมดยุคกินฟรีแล้ว" บักเณรคำเอ๊ย !

 

 

ซาโยนาระ คิกขุ คิกขุ !

 

'หลวงปู่เณรคำ' ส่อเลื่อนกลับไทย

'หลวงปู่เณรคำ'ส่อเลื่อนกลับไทย ลูกศิษย์อ้างติดกิจนิมนต์อื้อ ยันยังเดินหน้าจัดงานทำบุญห่มผ้าฤดูฝนให้องค์พระแก้วมรกตจำลอง เผยชาวบ้านแตกเป็นสองฝ่าย

วันที่ 25 มิ.ย.2556 ที่สำนักสงฆ์ขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ นายสุขุม วงค์ประสิทธิ ประธานเครือข่ายวิมุติธรรม ลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เจ้าสำนัก ได้เปิดแถลงข่าวต่อญาติโยมและสื่อมวลชน เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นว่า อยากจะให้ทุกฝ่ายหยุดข่าวให้ร้าย เพราะสิ่งที่เป็นความจริงก็คือความจริง สุดท้ายลูกศิษย์ทุกคนยังจะดำเนินการจัดงานตามที่กำหนดไว้เดิม แม้ว่าจะมีหรือไม่มีหลวงปู่เณรคำเดินทางมาร่วมงานก็ตาม เพราะการทำบุญห่มผ้าฤดูฝนให้องค์พระแก้วมรกตจำลอง นับเป็นบุญใหญ่ของพวกเราที่จะได้ร่วมกัน

 

ส่วนเรื่องการที่จะต้องทำเรื่องขออนุญาตสร้างพระแก้วมรกตองค์จำลองที่ใหญ่ที่สุดนั้น ประธานเครือข่ายวิมุติธรรม กล่าวว่า รอหลวงปู่เณรคำมาเราก็จะเร่งดำเนินการขออนุญาตต่อไป

ขณะเดียวกันหลวงพ่อปานขาว ที่เดินทางกลับจากประเทศฝรั่งเศษ กล่าวว่า ได้มีโอกาสไปจาริกแสวงบุญที่ต่างประเทศกับหลวงปู่เณรคำ และเดินทางกลัวเมื่อคืนวันที่ 24 มิ.ย. เพื่อมาเตรียมที่จะพาญาติโยมพี่น้องประชาชนจัดทำบุญใหญ่ ห่มผ้าฤดูฝนให้กับองค์พระแก้วมรกตจำลอง ระหว่างวันที่ 27 - 30 มิถุนายน นี้

 

"ส่วนหลวงปู่เณรคำนั้นขณะนี้ยังติดภารกิจที่ญาติโยมที่อยู่ต่างประเทศนิมนต์ให้ร่วมงาน จึงยังไม่สามารถเดินทางกลับมาได้ จึงไม่แน่ใจว่าหลวงปู่เณรคำจะสามารถปลีกตัวเดินทางกลับมาร่วมงานทำบุญห่มผ้าฤดูฝนกับองค์พระแก้วมรกตจำลองได้หรือไม่" หลวงพ่อปานขาว กล่าว

สำหรับบรรยากาศโดยรอบของวัด แหล่งข่าวระดับผู้นำท้องถิ่นรายหนึ่ง กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนชาวบ้านยาง ตำบลยาง แตกออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายแรกต้องการให้หลวงปู่เณรคำเดินทางกลับมาเพี่อที่จะมาแถลงแจ้งข้อสงสัยของประชาชนต่อสังคม และดำเนินการต่อในการจัดตั้งวัดป่าขันติธรรมให้แล้วเสร็จตามเจนจำนงค์ของการมาอยู่ที่นี้ตั้งแต่แรก แล้วอยู่ปฎิบัติธรรมที่วัดต่อไปเช่นเดิม หรือหากไม่มาอยู่วัดหลังชี้แจงต่อคณะสงฆ์ในความจริงเสร็จ ก็ควรที่จะมอบหมายให้พระรูปใดรูปหนึ่งดูแลไปให้จบเรื่องกันไป

 

สำหรับความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่อีกฝ่าย ก็ไม่ประสงค์ที่จะต้อนรับพระที่มีเรื่องราวมากมายออกสู่สังคม เพราะไม่เชื่อว่าจะมีใครที่ตัดต่อภาพให้แนบเนียนขนาดนั้น จึงต้องการให้หลวงปู่เณรคำออกไปจากวัดป่าขันติธรรม ออกไปจากจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อความสงบร่มเย็นของชาวศรีสะเกษ เพราะขณะนี้ชาวศรีสะเกษ ได้รับความบอบช้ำจากข่าวที่ไม่ดีมากมาย ทั้งเรื่องรถหรู ที่สุดท้ายก็ไม่ใช่ของคนศรีสะเกษ แต่มาจดทะเบียนที่ศรีสะเกษ แล้วยังมามีข่าวฉาวพระอีก ทั้งที่ไม่ใช่คนในพื้นที่เช่นกัน

นอกจากนี้ช่วงเย็นวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมานายสุขุมได้นำฝ่ายกฎหมายเดินทางมาพร้อมคณะ ลงพื้นที่เก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานในการต่อสู้คดี และได้เดินทางไปบ้านของนางลอน มนัส ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าของที่ดินให้สร้างวัดหลวงปู่เณรคำ โดยพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลคุ้มกันรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง

 

หลังพุดคุยนางลอนออกมาปฎิเสธว่าไม่เคยคิดที่เอาที่ดินคืน เพียงต้องการจัดตั้งวัดตามกฎหมาย ขณะที่เดินทางไปที่บ้านนายถวิล จันพะวา เลขที่ 109 หมู่ 5 บ้านหนองพะแนง ต.รุ่งระวี อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ พ่อหญิงสาวที่อ้างว่าหลวงปู่เณรคำมาสร้างเรือนหอให้ 2 ล้าน ก็ยืนยันว่า เป็นอดีตคนรักของน้องชายหลวงปู่เท่านั้นคบหากันอยู่ระยะหนึ่งจนหลวงปู่เณรคำได้ให้ของขวัญสร้างบ้านหลังใหญ่ให้กับน้องชาย แต่การก่อสร้างยังไม่เสร็จสิ้น ทั้งคู่มีปัญหาและแยกจากกันไปก่อน และปัจจุบันตนและครอบครัวได้ลืมเรื่องนั้นไปหมดแล้ว ส่วนลูกสาวก็มีครอบครัวใหม่แล้วจึงไม่อยากให้นำครอบครัวตนมาเป็นเครื่องมือในการโจมตีกันอีกเลย

 

ลูกศิษย์แจ้งความกรรมการชุดเก่า

ที่สถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นายเทพพนม นามดี ,และนายธีรสิทธิ์ แก้วขาว ลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ. ภิรมย์ ยศอาลัย พนักงานสอบสวนสภ.กันทรารมย์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับกรรมการฝ่ายการเงินของมูลนิธิส่งเสริมคุณธรรมและคุณภาพชีวิต วัดป่าขันติธรรม พร้อมพวกในข้อหายักยอกทรัพย์ของมูลนิธิฯ โดยระบุว่าไม่สามารถชี้แจงงบการเงินได้

 

พบวัดป่าขันติบารมีสาขา 89 ถูกทิ้งร้าง

 

ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพิษณุโลกได้เดินทางไปตรวจสอบ ในพื้นที่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก หลังทราบว่ามีวัดป่าขันติบารมี ซึ่งเป็นวัดสาขาของหลวงปู่เณรคำ สาขาที่ 89 ตั้งอยู่กลางป่าบนยอดเขาต.บ้านยาง อ.วัดโบสถ์ ระยะทางที่ต้องเดินทางไปกว่า 100 กิโลเมตร จากตัวเมืองพิษณุโลก เมื่อไปถึงไม่พบพระภิกษุแม้แต่รูปเดียว แต่ได้พบนายแก้ว สมพงษ์ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 ม.11 บ้านยาง ต.บ้านยาง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เดิมเป็นคน อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ได้ย้ายมาอยู่ที่นี้กว่า 30 ปี แล้ว กล่าวว่าสาเหตุที่หลวงปู่เณรคำมาสร้างวัดหรือศูนย์ปฏิบัติที่นี้เพราะเคยไปนมัสการที่วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีษะเกษ เกิดศรัทธาจึงได้มอบเนื้อที่ให้ จำนวน 3 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดิน สปก. เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมดังกล่าว

 

นายแก้ว กล่าวอีกว่า ในละแวกใกล้เคียงจะมีบ้านเรือนประมาณ 20 กว่าหลัง แต่อยู่ห่างกันมากคนละจุด ตอนที่หลวงปู่เณรคำมาเปิดศูนย์ปฏิบัติธรรม มีผู้คนจำนวนมาก ส่วนมากเป็นคนที่อื่น จาก จ.พิจิตร จ.พิษณุโลก และทางภาคอีสาน จ.ศรีษะเกษ ช่วงนั้นจะมีพระสงฆ์จำวัดอยู่ประมาณ 7-8 รูป โดยศูนย์ปฏิบัติธรรมขันติบารมียังไม่มีไฟฟ้าใช้ ต่อมาเหลือพระสงฆ์อยู่เพียง 2 รูป และไม่นานมานี้พระสงฆ์ได้ย้ายกันกลับไปอยู่ที่วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีษะเกษกันหมด จึงทำให้ไม่มีพระอยู่วัดประจำ ทางชาวบ้านในละแวกต้องคอยดูแลวัดป่าขันติบารมีกันเอง ส่วนชาวบ้านจะใช้แผงโซลาเซล เพราะไฟฟ้ายังไม่มาถึงเช่นกัน

 

ข่าว : คมชัดลึก

26 มิถุนายน 2556


 

 

ถึงมือ ปปง. !

 

ร้องตรวจสอบทรัพย์สินเณรคำและวัดป่าขันติธรรม

ถ้าเจอ ต่อไปก็ยึดทรัพย์ หรือไม่ก็ขึ้นศาลข้อหาฉ้อโกง

 

เตรียมตัววิ่งมาราธอนไปศาลได้เลยฮะ ท่านพระอรหันต์

 

อย่าลืมเอาเครื่องกรองอากาศยี่ห้อดังไปด้วยล่ะ

จะได้หายใจในคุกได้สะดวก

 

 

เงินล้นวัด แต่หลวงปู่แสดงฤทธิ์ปัดเป่าหายไปในพริบตา

ใครจะตามรอยพระอรหันต์เจอ ระหว่างสาวกสายงมงายกับ ปปง.

 

ร้อง  ปปง.สอบทรัพย์สิน 'หลวงปู่เณรคำ'

เครือข่ายต้านทำลายชาติฯ ร้อง ปปง. สอบทรัพย์สิน 'หลวงปู่เณรคำ' เชื่อมีทรัพย์สินพันล้าน

 

เมื่อเวลา 11.25 น. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เดินทางมายังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เขตปทุมวัน เพื่อยื่นหนังสือขอให้มีการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน พระภิกษุชื่อพระวีรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ กับพวกที่มีพฤติกรรมส่อขัดต่อกฎหมาย และขัดต่อพระธรรมวินัย โดยมี ร.ต.อ.หญิงสุวนีย์ แสวงผล รองเลขาธิการ ปปง.เป็นตัวแทนรับหนังสือ

 

นายสงกรานต์ กล่าวว่า ขณะนี้ศาสนาพุทธมีคนบางกลุ่มเข้ามาหาผลประโยชน์ โดยวันนี้ได้นำหลักฐานด้านการเงินของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโกมาให้ ปปง.ตรวจสอบ ภายหลังไปยื่นเรื่องต่อกองปราบปราม ซึ่งหลักฐานนี้มีชื่อนิติบุคคลว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร โดยเฉพาะเงินบริจาค หากหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก มีต้นขั้วหนังสือก็ต้องสามารถให้การตรวจสอบได้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระพุทธศาสนา

นายสงกรานต์ กล่าวต่อว่า หากการตรวจสอบไม่พบความผิดปกติขอให้ ปปง.ได้ชี้แจงให้สาธารณะชนได้รับทราบ แต่ถ้าพบความผิดในทรัพย์สินและเงินต่างๆ ที่ได้มาที่มีมูลค่าประเมินไม่ได้ ขอให้ ปปง.พิจารณาตามอำนาจของกฎหมายในการระงับการทำธุรกรรมต่าง ๆ ทันที เพราะในเรื่องนี้อาจมีการทำธุรกรรมค่อนข้างซับซ้อน หรือมีผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้องหรือร่วมรับผลประโยชน์ด้วย

 

"เชื่อว่ามีทรัพย์สินเป็นพันล้าน ทั้งเงิน ทองคำ ที่ดิน งานนี้ดิ้นไม่หลุดแน่ ขอให้ประชาชนมาช่วยกันในเรื่องนี้ โดยเชื่อว่ายังมีกรณีแบบนี้ในประเทศจำนวนมาก แต่ยังไม่ปรากฏเป็นข่าวเท่านั้น ซึ่งวันที่ 27 มิ.ย.นี้ จะส่งหลักฐานให้กองปราบปรามเพิ่มเติม"นายสงกรานต์ กล่าว

ร.ต.อ.หญิงสุวนีย์ กล่าวว่า จากนี้ ปปง.จะนำข้อร้องเรียนและพยานหลักฐานไปตรวจสอบ โดยจะให้นายสงกรานต์ช่วยให้ถ้อยคำไปประกอบสำนวน หากพบความผิดตามกฎหมายฟอกเงินก็จะตรวจสอบทรัพย์สินของหลวงปู่เณรคำ โดยอาจต้องเชิญหลวงปู่เณรคำมาให้ปากคำ แต่ถ้าหลวงปู่เณรยังไม่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ จะต้องพิจารณาหลักฐานที่มีอีกครั้ง

 

ข่าว : คมชัดลึก

25 มิถุนายน 2556


 

 

นายแบบอาย !

เมื่อเจอพระอรหันต์เป็นนายแบบเครื่องฟอกอากาศ

"สูดแล้วชื่นใจ อยากให้โยมใช้กันทุกคน"

แม่ออกช๊อบชอบ

 


 

กดที่ภาพเพื่อชม

 

 

สงครามการตลาดพุทธในประเทศไทย

ตลาดออนฟลอร์ VS ตลาดออนไลน์

 

ไผเป็นไผ ?

 

สงสัยจะซีรี่นี้ละมั๊ง ที่ทำให้พระมิตซูโอะอาย

ถึงกับยอมยกธงชัยพระอรหันต์

สละผ้าเหลืองหนีกลับเจแปนไปเลย

ฝีมือขายมันคนละระดับน่ะ อิอิ !

 

ข่าว : youtube

25 มิถุนายน 2556


 

 

อย่างฮา !

 

ไม่เคยจำพรรษา แต่ทอดกฐินทุกปี

ถามว่าถูกธรรมถูกวินัยหรือไม่ฮะ สมเด็จพระวันรัต ?

พระอรหันต์ของธรรมยุตเขาปฏิบัติเยี่ยงนี้นะหรือ ?

 

 

ภาพโปสเตอร์โฆษณางานกฐินของเณรคำ

ทั้งๆ ญาติโยมก็ยืนยันว่า อรหันต์หมาหลงองค์นี้ไม่เคยจำพรรษาที่วัดป่าขันติธรรม แต่กลับทำพิธีทอดกฐินได้อย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัยของคณะสงฆ์ธรรมยุตเป็นประจำทุกปี ก็น่าศรัทธาในความเคร่งครัดของคณะสงฆ์ธรรมยุตสายพระอาจารย์มั่นนะ เคร่งครัดที่สุดในโลกเชียวล่ะ

 

 

อุว้าว !
มีพระบรมสารีริกธาตุเสด็จวัดเถื่อนขันติธรรมด้วย

ขายแดกทุกรูปแบบเลยมึง

 

 

มาดไม่ธรรมดา

เพราะสมุนบอกว่า

"หลวงปู่ไม่เคยใช้สินค้าทันสมัย"

ใครๆ ก็เชื่อ !!

 


 

 

อย่ายุ่ง !

สมเด็จพระวันรัตสะบัดสำนวนใส่นักข่าว

 

 

สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร

เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติกนิกาย

ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของเณรคำกำมะลอ

 

"เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต" เผยปมหลวงปู่เณรคำ "เขากำลังจัดการกันอยู่"

 

ตามที่ พระครูวัชรสิทธิคุณ เลขานุการเจ้าคณะจ.ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต ได้ออกมากล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีหลวงปู่เณรคำว่า ที่ตั้งขึ้นทำได้แค่รวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นโดย รายงานไปยังพระธรรมฐิติญาณ เจ้าคณะภาค 10 ฝ่ายธรรมยุต และสมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต แล้วนั้น เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามความคืบหน้ากรณีหลวงปู่เณรคำ ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ต่อสมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต โดยสมเด็จพระวันรัต ได้ตอบเพียงสั้นๆว่า มาสนใจอะไรกับเรื่องนี้ เขากำลังจัดการกันอยู่

 

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามต่อสมเด็จพระวันรัต ในกรณีหลวงปู่เณรคำในเรื่องอื่นๆ สมเด็จพระวันรัต ก็ยังคงไม่มีการตอบคำถามแต่อย่างใด

 

ในวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามไปยัง พระครูวัชรสิทธิคุณ เกี่ยวกับกระแสข่าวลือว่า หลวงปู่เณรคำเคยสึกและกลับมาบวชใหม่ว่า เคยได้รับทราบเรื่องนี้หรือไม่ พระครูวัชรสิทธิคุณ กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องนี้ และขอยืนยันว่า การสอบข้อเท็จจริงต่างๆ คงต้องรอหลวงปู่เณรคำ กลับมาก่อน

 

ข่าว :คมชัดลึก

25 มิถุนายน 2556


 

 

น้ำฝนเจอจนได้ !

ดีเอสไอระบุ "พระน้ำฝน" ครอบครองรถผิดกฎหมาย

 

อา.. อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ เคยเตือนแล้วเตือนอีก เตือนตั้งแต่เจ้าคุณเสนาะ และพระน้ำฝน ว่าอย่าทำตนเหลวไหล เมื่อเข้าใกล้ผู้ใหญ่ก็ให้ระมัดระวัง แต่ยิ่งนานวันก็ยิ่งเหลิง แล้ววันนี้เป็นไง มิใช่เสียเฉพาะ "พระน้ำฝน" เท่านั้น แต่พระน้ำฝนนั้นได้รับพระครูฐานานุกรมของ "พระพรหมสุธี" หรือ "เจ้าคุณเสนาะ" วัดสระเกศ ซึ่งเป็นถึงเลขานุการของ "สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" และดำรงตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมควบตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 อีกต่างหากด้วย ถามว่างานนี้จะเอาศักดิ์ศรีไปไว้ไหน นิมนต์ลาออกจากกรรมการมหาเถรสมาคมเสียเถิดท่านเจ้าคุณเสนาะ อย่าอยู่ให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่วัดสระเกศอีกต่อไปเลย

 

 

 

พระน้ำฝน วัดไผ่ล้อม

เจ้าพิธี "ขอขมากรรม"

 

 

 

นี่ภาพนี้แหละ ขอถามเจ้าคุณเสนาะว่าปล่อยให้พระน้ำฝนเข้าหาสมเด็จพระพุฒาจารย์ได้ไง แล้ววันนี้ใครจะรับผิดชอบ ?

 

 

 

งานนี้รับเอง

 

 

 

สร้างวัตถุอวมงคล

 

 

ขอขมากรรม ทำพิธีนอกรีต

หลวงพ่อพูลตายไปตั้งนาน แต่ยังเข็นท่านมาขายกิน

 

 

 

นพรัตน์ก็ไม่เบา แต่งชุดสีกากีไปช่วยงานน้ำฝน

ถาม น.นพรัตน์หน่อย รถเก๋งหรูเหล่านี้คงมิใช่แค่ราคาสี่ซ้าห้าบาทกระมัง มันคงจะมีฤทธิ์แรงถึงกับดึงผ้าเหลืองพระน้ำฝนให้หลุดจนกลายเป็น "ทิดน้ำฝน" ได้ในพริบตาเลยทีเดียว เพียงแค่ดีเอสไอแจ้งความดำเนินคดีเท่านั้น งานนี้รับรองว่า ภูเขาทองสะเทือน เพราะตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมของเจ้าคุณเสนาะมีปัญหาแน่ !

 

 

 

'DSI' ชี้รถ 'หลวงพี่น้ำฝน' เลี่ยงภาษี

'ดีเอสไอ' เผยผลสอบเบนซ์จดประกอบ เข้าข่ายผิดเลี่ยงภาษี 264 คัน บีเอ็มดับเบิ้ลยู ส่อผิด 37 คัน ส่วนรถ 'หลวงพี่น้ำฝน' ผิดชัวร์ พฤติกรรมเลี่ยงภาษีศุลกากร

 

18 มิ.ย. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันแรกที่ดีเอสไอเปิดให้ผู้ครอบครองรถหรูราคาเกิน 4 ล้านบาท ที่อยู่ในบัญชีเป้าหมาย จำนวน 548 คัน เข้ามาแสดงหลักฐานเพื่อขอนัดวันนำรถเข้าตรวจสอบสภาพว่าเป็นรถที่นำเข้าทั้งคันหรือนำชิ้นส่วนมาจดประกอบ โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีผู้ครอบครองรถและผู้รับมอบอำนาจเดินทางมาติดต่อขอนัดวันนำรถเข้าตรวจสอบสภาพด้วยความสมัครใจแล้วหลายราย อาทิ นายเจริญชัย เงาศรี ผู้รับมอบอำนาจจากจาก นางพัชรี ทิพยโสธร และ พล.ต.ต.อรรถกร ทิพยโสธร เจ้าของรถเบนซ์ 2 คัน โดยนำสมุดคู่มือการจดเบียนรถและเอกสารที่เกี่ยวข้องมาแสดงกับเจ้าหน้าที่

 

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานบางส่วนพบว่ามีรถที่เข้าข่ายมีความผิดหลายคัน อาทิ รถเบนซ์ตรวจสอบเอกสารแล้ว 338 คัน เข้าข่ายมีความผิด 264 คัน , รถบีเอ็มดับบลิวตรวจสอบเอกสาร 46 คัน พบเข้าข่ายความผิด 37 คัน แต่ต้องรอตรวจสอบสภาพรถประกอบกันด้วย ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบรถหรูทั้ง 6 คัน ที่เกิดเพลิงไหม้นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว นายนที ริ้วทอง หรือ เป้แขนด้วน และคาดว่าภายใน 2-3 วันนี้จะสามารถรวบรวมหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับเสี่ยรถหรู 2 คนได้แน่นอน โดยเสี่ยทั้ง 2 คน มีที่อยู่และสถานประกอบการเป็นหลักแหล่ง มีสถานะทางสังคม และมีชื่อเสียงในกลุ่มพ่อค้ารถ ดังนั้นดีเอสไอขอให้ทั้ง 3 คน ติดต่อเข้ามอบตัวโดยเร็ว เพราะหากถูกจับอาจไม่ได้รับสิทธิประกันตัวชั่วคราว ทั้งนี้ การสอบสวนคดีรถหรูทั้ง 6 คัน ดีเอสไอไม่ได้ให้น้ำหนักเฉพาะคำให้การของนางองุ่น จึงแสงมณี เจ้าของรถเทรลเลอร์ แต่ดีเอสไอได้สอบสวนเส้นทางการเงินและการบัญชีควบคู่ไปด้วย ซึ่งภายในสัปดาห์นี้จะสามารถเปิดเผยกระบวนการรถจดประกอบหลีกเลี่ยงภาษีได้

 

นาย ธาริต กล่าวถึง กรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุล่าสุดว่า รถโรลส์-รอยซ์ ที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา ร้องดีเอสไอให้ตรวจสอบนั้น ไม่ใช่รถของตนเองแต่เป็นรถที่หุ้นส่วนชาวสิงคโปร์นำมาฝากไว้ว่า ดีเอสไอจะนำหลักฐานจากกรมการขนส่งทางบกมาตรวจสอบกระบวนการนำเข้า การเสียภาษี ซึ่งจะมีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 7 หน่วย ในเวลา 16.00 น. เพื่อพิจารณากรณีของ ร.ต.อ.เฉลิม โดยเฉพาะ ซึ่งมั่นใจว่าจะทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยหากพบว่าเป็นรถจดประกอบก็จะต้องนำรถมาตรวจสอบทางกายภาพ

 

ส่วนกรณีพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน ระบุว่ารถที่อยู่ในบัญชีถูกดีเอสไอตรวจสอบเป็นรถที่ซื้อเป็นคันแต่แยกชิ้น ส่วนเพื่อนำเข้ามาในประเทศไทยทางเรือและมาประกอบใหม่เป็นคันเดิมนั้น นายธาริต ยืนยันว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายแน่นอน เพราะมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงพิกัดกรมศุลกากร อีกทั้งเลขตัวถัง เครื่องยนต์และเกียร์ยังเป็นเลขซีรีส์เดียวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นรถคันเดียวกัน

 

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ครอบครองรถที่สมัครใจนำรถเข้าตรวจสอบเบื้องต้นดีเอสไอจะให้ระยะเวลาแสดงตัวภายในสัปดาห์นี้ ก่อนพิจารณาออกหมายเรียกผู้ครอบครองที่มีรายชื่อแต่ไม่แสดงตัวนำรถเข้ารับการตรวจสอบ ทั้งนี้ยืนยันว่าจะปฏิบัติกับผู้ครอบครองรถในฐานะผู้เสียหาย เพื่อมุ่งเอาผิดกับผู้ประกอบการเท่านั้น ยกเว้นกรณีที่พบว่าผู้ครอบครองมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิดจึงต้องถูกดำเนินคดีด้วย

 

ข่าว : คมชัดลึก

23 มิถุนายน 2556


 

 

จับตอแหล "มหาโจร" เณรคำ !

 

 

สมุนออกทีวีบอกว่า "หลวงปู่ไม่รู้ ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่เคยใช้สินค้าแบรนด์เนม คนมีศรัทธาเขาหามาให้ ท่านก็แค่ฉลองศรัทธา" ถามว่าจริงหรือ ?

 

 

"เรื่องเล่าเช้านี้" ของนายสรยุทธ สุทัศนจินดา กลายเป็น "เรื่องตอแหลเช้านี้" เพราะเป็นการสมยอมให้สองสมุนมหาโจรออกทีวีหลอกชาวไทยไปทั่วประเทศ นายสรยุทธกลายเป็น "ผู้จัดการมหาโจรทางทีวีไทยสีช่อง 3" ไปเสียแล้ว เพราะขนาดท่าสองนิ้ว ก็ยังยอมให้ไอ้สองตัวตอแหลว่า "ท่านสั่งของสองชิ้น" รายการอัปรีย์นี้มันคงนึกว่าคนไทยโง่เป็นควายกันทั้งเมืองละกระมัง ผู้เสียหาย ถูกไอ้เปรตเณรคำหลอกลวงมีทั้งบ้านทั้งเมือง แต่มันไม่ยอมเชิญไปออกทีวีหรือลงพื้นที่หาข่าว มักง่ายแค่เชิญสองสมุนไอ้มหาโจรเณรคำมาแถล ก็จบรายการ ถือว่าเป็นพิธีการโครตห่วยที่สุดในประเทศไทยได้เลย จัดรายการห่วยๆ แบบนี้ ควายที่ไหนก็จัดได้ นะสรยุทธนะ กลับไปคิดใหม่ทำใหม่เสียเถิด สะสมเครดิตมายาวนาน จะมาตายน้ำตื้นเพราะไอ้เณรคำจัญไรตัวนี้ ถามว่าคุ้มค่าหรือ ?

 

 

โอ้ลั่นล่า..

บักอรหันต์ตัวไหนหนอ โดนยึดพาสปอร์ตไปนานถึง 2 เดือน ?

 

เมนูโปรด : แฮมเบอร์เกอร์

เครื่องดื่มสุดฮิต : กระทิงแดง (Red Bull)

 

แหล่งข่าวแถวๆ วัดไทยแอลเอ รายงานว่า เมื่อ 5-6 ปีก่อน ตอนที่บักเณรคำเดินทางมาปล้นชาวไทยในอเมริกาเป็นครั้งแรกนั้น ได้ขอเข้าพักที่กุฏิหมายเลข 6 (ห้องมุมสุดซ้ายมือ) แต่พักอยู่ได้ไม่กี่วันก็ถูกตะเพิดออกจากวัด เนื่องจากปฏิบัติตัวนอกรีต ตื่นเช้ามาก็เอาแต่โทรศัพท์ไปเมืองไทยเสียงดังโป๊งเป๊ง ไม่สำรวมอากัปกิริยา ใช้ข้าวของมีราคาแพง ซึ่งก็คือสะพายกระเป๋าหลุยส์วิตตองเดินฉุยฉายให้ชาววัดไทยเห็น เป็นที่น่าทุเรศในสายตานั่นแหละ ตอนนั้นบักเซี่ยงเมียงเณรคำยังขู่อาฆาตพระวัดไทยแอลเอไว้ด้วยว่า "ต่อไปจะต้องให้พระวัดนี้กราบตีนกูให้ได้" ใครได้ยินก็อึ้งว่า "มึงนี่เป็นอรหันต์ทำเหี้ยม (ตก-ม) ได้สุดยอดจริงๆ" ตั้งแต่นั้นมาไอ้อรหันต์จัญไรตัวนี้ก็ไม่กล้าเหยียบวัดไทยแอลเออีกเลย หนีไปซุกหัวนอนกับพระกะเทยแถวๆ เมืองวิทเทียร์โน่น

 

กระเป๋าหลุยส์ ที่บักเซียงเมี่ยงเณรคำชอบใช้นั้น คนที่หาให้ก็ใช่อื่นไกล ก็คนที่เลื่อมใสในบักเณรคำ เชื่อหัวปักหัวปำว่ามันเป็นอรหันต์ (ตามที่หน้าม้าของบักตัวนี้เป่าหู) เพราะเชื่อ..จึงยอมทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อจะไปสวรรค์นิพพานกับพระอริยบุคคล จึงทุ่มเทใจไม่อั้น จะเอาอะไร เมื่อไหร่ ได้ทั้งนั้น ตอนนั้นใครบังอาจแตะ "อรหันต์เณรคำ" เป็นถูกทีมคุณแม่ด่าแหลก เพราะบังอาจมาด่าบิดาบังเกิดเกล้าเข้า

 

แหล่งช็อปสุดโปรดของบักเณรคำนั้นก็คือ ร้านหลุยส์ วิตตอง ที่ศูนย์การค้า เบฟเวอรี่ ฮิลส์ (louis vuitton beverly hills) สนนราคาที่บักเณรเหี้ยตัวนี้เอาเงินญาติโยมไปถลุงทีร้านแห่งนี้ก็เบาะๆ "หลายล้านบาท" เฉพาะกระเป๋าสี่เหลี่ยมในรูปที่เห็นนี้มีราคาแค่ 9,000 ดอล่าร์ หรือประมาณ 300,000 บาทเท่านั้นเอง สวรรค์และนิพพานรวมอยู่ในกระเป๋าใบนี้หมดเลยมึง และแบบอื่นอีกนับสิบใบล่ะ ? มาอเมริกาครั้งใดขนของกลับยังกะเอาไปขาย คนที่ฉิบหายก็พวกสาวกสายงมงายนั่นแหละ กว่าจะไปถึงสวรรค์นิพพานก็ต้องตกนรกไปอีกนาน เพราะหมดตัวกันทั่วหน้า ไอ้ที่โฆษณาว่า "อยู่ใกล้เณรคำแล้วจะรวย" นั้น ก็กลายเป็น "ยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งฉิบหาย" มีแต่พวกแก๊งค์วัดป่าขันติธรรมเท่านั้นที่รวยเอาๆ เพราะพวกมึงสุมหัวกันหลอกลวงประชาชน

 

แก๊งบักเณรคำแถลว่า "หลวงปู่ไม่รู้จัก ไม่ยินดี และไม่เคยใช้สินค้าแบรนด์เนม" แต่แหล่งข่าวกล่าวว่า "ใช่แต่กระเป๋าหลุยส์เท่านั้นที่บักเณรคำชอบใช้ แม้แต่พวงกุญแจและรองตีน เอ๊ย รองเท้า ก็ยังเป็นยี่ห้อ - louis"

 

"มันบอกมันไม่รู้จักยี่ห้อหลุยส์ และไม่เคยเรียกหลุยส์เลย แต่ญาติโยมเขาได้ยินกันทั่วว่า บักห่านี่คุยโขมงให้โยมคนหนึ่งฟังว่า โยมรู้ไหมว่ารองเท้าแตะคู่นี้ยี่ห้ออะไร ยี่ห้อหลุยส์วิตตองเชียวนะ"

 

ไอโฟนตัวละเท่าไหร่ ?

 

"ไอโฟนที่จะ Unlock นำกลับไปใช้เมืองไทยนั้น ต้องซื้อถึงตัวละ 800-900 ดอลล่าร์ ถ้าบวกภาษีก็ร่วมพัน ไอ้เปรตตัวนี้มันให้สาวกผู้งมงายเหมาซื้อทีละ 10 ตัว ก็บวกลบคูณหารเอาเองว่าสะระตะเป็นเงินเท่าไหร่"

 

เรื่องเนียนโครต : บักเณรคำมันบวชในคณะธรรมยุต แต่เชื่อไหมว่า เมื่อมาถึงอเมริกาแล้ว มันกลับไปขลุกอยู่วัดฝ่ายมหานิกาย กินข้าวกินปลาร่วมสังฆกรรมจนอิ่มหนำสำราญแล้ว จึงค่อยกลับไปร่วมสังฆกรรมกับธรรมยุต ที่มีหัวหน้าอยู่ที่วัดบวรนิเวศต่อไป "น่ารักเนอะ มันบอกว่า อรหันต์ไม่ต้องมีนิกาย"

 

อรหันต์ทำกรีนคาร์ด : แหล่งข่าวกระซิบด้วยว่า ถ้าสืบจริงๆ ก็อาจจะ..นะ อาจจะพบว่า บักอรหันต์ระยำตัวนี้มีกรีนคาร์ดของอเมริกาแล้วก็ได้ เพราะทุ่มเงินทองซื้อรถให้เจ้าอาวาสวัดหนึ่งในแคลิฟอร์เนียขี่ใหม่เอี่ยมอ่อง

 

แค่รถ-เครื่องบิน เรื่องจิ๊บจ๊อย : แหล่งข่าวยังเล่าว่า ไอ้อรหันต์จัญไรตัวนี้ ยังมีทีเด็ดกว่านั้น นั่นคือ ซื้อเรือยอร์ชไว้เที่ยวทะเล แต่พวกหนังสือพิมพ์มัวสนแต่เครื่องบินอย่างเดียว

 

 

Benz ทะเบียน CA-5WBY425 พาหนะช็อปปิ้งของบักเณรคำ

วิ่งอื๊ดอืด นำอรหันต์กลับมาแดกข้าวเอาตอนบ่ายสองบ่ายสาม เป็นอกาลิโก

 

 

บ้านเลขที่ 32140 Ortega Hwy. Lake Elsinore CA 92530

ขอให้สืบดูว่าเจ้าของบ้านชื่ออะไร อาจจะไม่ใช่ปุถุชนก็เป็นได้

 

แต่ยังมีมีเด็ดมากไปกว่านั้น เมื่อแหล่งข่าวกระซิบว่า บ้านที่เลคเอลซะนอร์นั้น แท้ที่จริงแล้วก็เป็นชื่อของ "บักอรหันต์จอมลวงโลกตัวนี้" อีกต่างหากด้วย

 

จริงหรือไม่ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ลองลงพื้นที่แถวๆ แอลเอ ดูสักทีสิ จะได้อะไรที่มันชัดเจนกว่านี้ อย่ามัวแต่วิ่งเข้าวิ่งออกดัลลัสบ้านลูกบ้านเมียอยู่เลย งานพระศาสนาสาละวันเตี้ยลงทุกวันเพราะพวกนายเอาแต่ปัดสวะอยู่ในห้องแอร์

 

 

โฉมหน้าแก๊งเณรคำ

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน

22 มิถุนายน 2556

 

 

 

 

พิเศษตามคำเรียกร้อง

ภาพทักษิณอินดีซี วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2556

กดที่ภาพเพื่อชม

 

 

 

 

 

 

 

 

การประชุมสมัยวิสามัญสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

และงานวันมหารำลึก 8-9 กันยายน 2555
ณ วัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ค

 

 

 

ภาพงานพระราชทานเพลิงศพ

พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโสภณ
(สมบูรณ์ สมฺปุณฺโณ ป.ธ.7)
อดีตเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป อดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
10-14 พฤศจิกายน พ.ศ.2554

 

 

 

 

 

 

แฟ้มข่าวอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

อ่านข่าวเก่าที่เคยนำเสนอในอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555 : 2556

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประมวลภาพ

งานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 80 พรรษา

จัดโดยสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

ณ วัดพุทธาวาส นครฮิวส์ตัน รัฐเท็กซัส

วันอาทิตย์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2555

 

 

ชุดที่ 01
กดที่ภาพเพื่อชม

ชุดที่ 02
กดที่ภาพเพื่อชม

ชุดที่ 03
กดที่ภาพเพื่อชม

 

เยี่ยมวัดบ้านไร่-ไหว้หลวงพ่อคูณ

กับ "อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ" ดอทคอม

 

กดที่ภาพด้านล่างเพื่อชม

 

 

 

 

 

 

พระมหานรินทร์ในอินเดีย

 

 

01 02 03 04 05 06 07 08 09
10 11 12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31 32 33 34    

 

 

 

 

PM.NARIN IN EUROPE

 

ตอนที่ 01
ลอนดอน 2012

ตอนที่ 02
มหาโบสถ์แห่งลิชฟิลด์

ตอนที่ 03
มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด

ตอนที่ 04
วัดพุทธปทีป

ตอนที่ 05
ลอนดอนอาย

ตอนที่ 06
British Museum

ตอนที่ 07
ห้างแฮรอดส์

ตอนที่ 08

Tower Bridge

ตอนที่ 09
London Sightseeing

ตอนที่ 10
London To Paris

ตอนที่ 11
หอไอเฟล (1
)

ตอนที่ 12
หอไอเฟล (2)

ตอนที่ 13
หอไอเฟล (3)

ตอนที่ 14
ปารีส 360 องศา

ตอนที่ 15
เยี่ยมหน้าต่างหอไอเฟล

ตอนที่ 16
TROCADERO

ตอนที่ 17
Water Tour

ตอนที่ 18
Musée du Louvre

ตอนที่ 19
MONA LISA

ตอนที่ 20
เทพีวีนัส

ตอนที่ 21
ทอดน่องในลูฟวร์

ตอนที่ 22
หอสมุดแห่งชาติมิตแตรองต์

ตอนที่ 23
ลา เดฟ็องซ์ (La De'fense)

ตอนที่ 24
Arc de Triomphe

ตอนที่ 25
เหนือประตูชัย

ตอนที่ 26
แวร์ซาย (1)

ตอนที่ 27
แวร์ซาย (2)

ตอนที่ 28
แวร์ซาย (3)

ตอนที่ 29
แวร์ซาย (4)

ตอนที่ 30
แวร์ซาย (5)

ตอนที่ 31
GENEVA (1)

ตอนที่ 32
GENEVA (2)

ตอนที่ 33
GENEVA (3)

ตอนที่ 34
Lausanne-Zurich

ตอนที่ 35
วัดศรีนครินทรวราราม

ตอนที่ 36
ป้อมยามเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 37
ตลาดน้ำเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 38
กลับปารีส

ตอนที่ 39
ROME (1)

ตอนที่ 40
ROME (2)

ตอนที่ 41
ROME (3)

ตอนที่ 42
ROME (4)

ตอนที่ 43
ROME (5)

ตอนที่ 44
Inside Vatican (1)

ตอนที่ 45
View of Rome

ตอนที่ 46
Inside Vatican (2)

ตอนที่ 47
หลังคาวาติกัน

ตอนที่ 48
OUTSIDE VATICAN

 

ตอนที่ 49
THE COLOSSEUM

ตอนที่ 50
หินอ่อนโคลอสเซียม

ตอนที่ 51
ROME TO PARIS

ตอนที่ 52
NOTRE-DAME DE PARIS

ตอนที่ 53
หมู่บ้านศิลปะ

ตอนที่ 54
พระราชวังฟงแตนโบล

 

 

 

 

 

 

 

 

สงฆ์ไทย Vol.01

หนังสือเล่มแรกของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

(กดที่ภาพหรือที่ข้อความเพื่อชม)

 


 

 

คณะกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

พ.ศ.2555-2557

 

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

 

 

 

 

ข่าวสารสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

 

 


 

 

 

ภาพการประชุมวิสาขบูชาโลก

ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ (UN) กรุงเทพมหานคร

วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2556
 

(กดที่ภาพเพื่อชม)


 

International Seminar On

"Academic Exchange and Cooperation in Buddhist Studies"

15-16 July 2012

 

 


 

 

 

 

หนังสือเล่มแรกของ มจร. ที่ชาว มจร. หลายท่านไม่เคยเห็น

(กดที่ภาพเพื่อเข้าชม)

 

 

 

สัมภาษณ์ ศพ.จำนงค์ ทองประเสริฐ

ณ วัดไทย ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา

9 ตุลาคม 2553

 

(กดที่ภาพเพื่ออ่าน)

84 ปี

ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ

กับเวลาที่เหลืออยู่

 

(กดที่ภาพเพื่ออ่าน)

 

 

 


 

 

 

 

 

>> AND MORE <<

 

 

พระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ 1-16 พ.ศ.2538-2543
(กดที่ภาพเพื่อชมประวัติ)

 

 

 

อนุสรณ์มหาจุฬาฯ ครบรอบ 9 ปี
 

 

 

 

 

 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ